บุคคลตัวอย่าง

posted on 21 Apr 2010 23:06 by munez30 in copywriterlover

1.

นครสวรรค์ร้อนมากกกกก...

ร้อนชนิดที่ว่าก.ไก่ลากยาวจากที่นี่ เมืองมังกรผู้นับญาติกับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ไปจนถึงสุรินทร์ถิ่นช้างไทย

ร้อนชนิดที่ว่าอยากส่งข้อความมหาประลัย นครสวรรค์ร้อนมาก ไปทำลายล้างรายการเล่าข่าวให้กระจุยกระจายวันละ 3 ครั้งหลังให้อาหารแมว

กระนั้นก็ดี ตอนนี้ผมได้ลาสิกขาบท กลับมาพำนักอยู่ที่กรุงเทพแล้ว หลังจากเปลี่ยนสถานะจากสาธุชนคนทั่วไปกลายเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่งในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า (พูดซะดูดีทีเดียว) เป็นเวลา 22 วัน อยากรู้ละสิว่าเป็นไงบ้าง ยังไม่เล่าให้ฟังหรอก ของหวานมันต้องรอ ซัดของคาวก่อนละกันเนอะ

เห็นข่าวในทีวี เลยไม่แน่ใจว่า 43 องศาที่ผมบวชอยู่ กับฟาเรนไฮต์ที่พลุ่งพล่านอยู่เหนือท้องฟ้าย่านผ่านฟ้า ราชดำเนิน เลยไปถึงราชประสงค์ ที่ไหนมันร้อนกว่ากันแน่ ไม่ต้องเอาอะไรไป วัด ก็คงพอจะเดาออก นี่ก็เคยคิดอยู่ว่าถ้าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งซัก 24 ใบ จะใสหัวตัวเองไปโด่เด่อยู่ในลอนดอน เห็นฝนมันตกได้ใจดีเหลือเกิน มีคนร่วมร่มซักคน โอ๊ย โรแมนติกจะตาย!

ตอนนี้ก็ได้แต่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองกันไป ว่าสุดท้ายใครจะหมู่หรือใครจะจ่า แต่ที่แน่ๆ มีคนสังเวียชีวิตกับเหตุการณ์นี้ไปไม่น้อย เห็นคนไทยฆ่ากันเองแล้วมันเป็นอะไรที่พ่อไม่เข้าใจตุ้ม คือ รู้ทั้งรู้ว่าอีตุ้มน่ะมันอยากเป็นผู้หญิงใจจะขาด แต่พ่อก็บังคับอยากให้มันเป็นในสิ่งที่พ่อต้องการ พ่อมีความสุขมากใช่มั้ย นี่พ่อเป็นโรคจิตปะเนี่ย

ถ้ามีใครมาสั่งให้พ่อทำยังงั้น เป็นยังงี้ แล้วพ่อจะรู้สึกยังไง

ใจคนยากจะหยั่งรู้ เคยได้ยินประโยคนี้มั้ย ตัวน่ะจะบังคับให้ทำอะไรก็ได้ แต่ใจคนน่ะคดเคี้ยวยิ่งกว่าโค้งเลี้ยวที่แม่สายซะอีก ถึงขับรถได้เก่งแค่ไหนก็คงยากที่จะผ่าน ถ้าขับรถไม่ เป็น

บ่อยครั้ง ที่คนเรามักไม่พอใจในตัวเอง คนอื่น สัตว์ สิ่งของรอบข้าง มีเท่านี้ไม่พอ อยากดีอยากเด่นให้มากกว่านี้

ปลูกมะยมก็ต้องได้กินมะยม ปลูกชะอมก็ต้องได้กินชะอม วันยังค่ำ หลวงพ่อที่วัดท่านว่างั้น

ไม่มีวันและไม่มีทางเลย ที่เราปลูกมะยมไว้แต่อยากให้มันออกลูกเป็นทุเรียน ถ้าอยากกินมะยมก็สอยเอา ถ้าอยากกินทุเรียนก็ต้องไปซื้อเอาที่ตลาด ที่นี่ไม่มีหรอกท่าน

หลวงพ่ออธิบายเรื่องนี้ในทางพุทธศาสนาง่ายๆ ว่า ต้นไม้ก็เหมือนกรรมนั่นแหละ ใครปลูกยังไงก็ได้ผลยังงั้น ถ้าใครดูแลเอาใจใส่รดน้ำพรวนดินเป็นอย่างดี ต้นไม้ก็ย่อมโตวันโตคืน แต่ถ้าใครปล่อยปละละเลยให้มันเหี่ยวเฉา ผลสุดท้ายมันก็ต้องตาย

อืม มันก็จิงแฮะ

ย้อนกลับไปวันแรกที่เข้าพิธีอุปสมบท พอท่องบทสวดขอบวชเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระพระอุปัชฌาย์ที่บวชให้ก็บอกถึงการเป็นพระคร่าวๆ ให้ฟังว่า ..บวชกายน่ะบวชง่าย แป๊ปเดียวก็เสร็จแล้ว แต่บวชใจน่ะบวชยาก การเป็นพระต้องบวชให้ได้ทั้งกายและใจ ถึงจะเป็นพระที่สมบูรณ์ การเป็นพระน่ะมันง่าย แต่การใช้ชีวิตให้ได้แบบพระมันเป็นเรื่องยาก..”

อืม คม สั้น กระชับ จับใจ ^^

2.

ครั้งหนึ่ง ผมกับเพื่อนเคยเถียงกัน เรื่องไอดอล

เพื่อนผมคนนี้มันก็นิสัยดีใช้ได้เลยละ ติดอยู่นิดนึงตรงที่ว่าดูมันจะมั่นใจในตัวเองเสียเต็มประดาไปหน่อย เวลาผมอยู่กับมันทีไร แล้วบังเอิญเจอไอดอลของตัวเอง โผล่ออกมาทางทีวีบ้างอะไรบ้าง ผมก็อดตื่นเต้นและดีใจไม่ได้ ร่างกายมันกระชุ่นเหมือนโดนกระตุ้นด้วยไฟฟ้าแรงสูง

ผม : “เฮ้ย มึงรู้จักพี่คนนี้ปะ ไอดอลกูเลยนะเว้ย พี่เค้างู้นงั้นงี้..ฯ เชียวนะมึง

เพื่อนมั่น : “ไม่อะ ใครวะ

ผม : “…..(ครุ่นคิด)

เพื่อนมั่น : “มึงรู้ปะ ตั้งแต่กูเกิดมา กูยังไม่เคยชื่นชมใครเลย ใครที่ดีกว่าเก่งกว่า รู้แต่ว่ากูต้องเก่งกว่ามันให้ได้

ผม : “…..(ใบ้แดกส์)

เอ่อ เอากับมันดิ ขืนเถียงกันไปก็มีแต่จะทะเลาะกันป่าวๆ เข้าใจว่าคนเราต่างความคิดและทัศนคติได้ ไม่มีใครถูกหรือผิดหรอก แต่ก็นั่นแหละ เรื่องแบบนี้เหมือนน้ำท่วมปาก พูดไปก็ลำบากใจกันทั้งสองฝ่าย เอาน่า ของงี้มันต้องลองเปิดใจ ให้เวลาพี่เค้าหน่อยละกัน

3.

ยกตัวอย่างสักนิด ผมมีไอดอลประจำใจอยู่หนึ่งคน ใครคนนั้นเป็นตัวการ์ตูนครับ มีชื่อว่า เบจิต้า

กระนู้นกีดี ผมมั่นใจว่าไม่มีใครไม่รุ้จักเบจิต้า หนึ่งในชาวไซย่าบ้าพลัง ผู้ขานนามโงกุนว่า คาคาล็อต เหตุผลที่ผมชื่นชอบเบจิต้าก็มีอยู่หลายอย่าง เช่น มันไม่ใช่พระเอ๊กพระเอก เคยเลวแต่กลับตัวได้ (คนแบบนี้ถือว่าสุดยอดไม้สอยเลยนะครับ) มีความทระนง ห้าวหาญ รักษาคำพูด จริงใจ ตรงไปตรงมา เป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อโงกุนและผองเพื่อน ถือว่าเป็นลูกผู้ชายที่คบได้คนหนึ่ง  เป็นนักเลงของแท้ ไม่ใช่พวกมือถือสากปากถือศิล หรือ ปากว่าตาขยิบ ผมคิดว่าถ้าไม่มีเบจิต้า ดราก้อนบอลจะหมดความรื่นเริงไปประมาณ 48% ที่สำคัญเบจิต้าไม่เคยแอ๊บแบ๊ว ^^

ไม่รู้ทำไมผมถึงได้คลั่งไคล้เบจิต้าได้ถึงเพียงนี้ จะว่าไปการ์ตูนทุกเรื่องมันก็เป็นโลกสมมุติที่ถูกจำลองไว้ด้วยตัวละคร เหตุการณ์ สถานที่ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนเราซึมซับเรื่องราวต่างๆ ดีบ้าง ร้ายบ้าง สนุกบ้าง ปัญญาอ่อนบ้าง ปะปนกันไป

สิ่งที่เบจิต้าทำ ก็คือ สิ่งที่เบจิต้าเป็น

สิ่งที่เราทำ ก็คือ สิ่งที่เราเป็น

ผมไม่ได้อยากเป็นเหมือนเบจิต้าหรอก แต่ผมแค่ยกย่องในสิ่งที่เบจิต้าเป็น หลังดราก้อนบอลอวสาน สิ่งหนึ่งที่ผมพบคือบทบาทและนิสัยของเบจิต้าจะเป็นอย่างนี้เสมอและจะตลอดไป ตราบใดที่ยังถูกฉายซ้ำไปซ้ำมา

ไม่รู้เหมือนกันว่า การมีไอดอลเป็นของตัวเอง มันแย่ขนาดที่เพื่อนมั่นของผมก่นไว้เชียวหรอ?

ผมคิดต่างตรงที่ว่า คนเราควรจะมี แม่แบบ ยึดถือไว้คนละหนึ่งอย่าง จะเป็นอะไรก็ได้ในโลกนี้ อะไรที่ทำให้คุณมีความมุ่งมั่นและมีพลังไว้ผลักดันตัวเอง ง่ายที่สุดเลย ถ้าเราจะย่กย่องใครซักคนให้เป็นฮีโร่ก็ต้องพ่อกับแม่เลย แต่ถ้าพ่อกับแม่ไม่อยู่ ค่อยลองไว้เนื้อเชื่อใจตัวเองดูสักตั้ง ถ้ามัวเชิดชูแต่คนอื่น แล้วจะมีประโยชน์อะไรถ้าดันลืมนับถือชีวิตตัวเอง

คนที่ติดดินอาจเป็นตัวอย่างที่ดีราวกับผ้าขี้ริ้วห่อทอง

แต่กับบางคน

ทำตัวสูงเสียดฟ้าดูดีมีราคา อาจเป็นได้แค่ผ้าขี้ริ้วที่ข้างในเต็มไปด้วยขี้

,,,, ,,,,

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย

เกล็ด : ชื่อของเบจีต้า มาจาก “Vegetable” ที่แปลว่า ผัก แค่ตัด ble ออกไปเท่านั้น