ร่องรอยของนาฬิกากับเวลาที่ล่องลอย
posted on 07 Aug 2008 19:06 by munez30 in copywriterlover
ผมมองดูเวลาที่นาฬิกาเรือนเหล็กสีดำ บนแขนขวา ยี่ห้อวาเบเน่ของอิตาลี ที่ได้มาฟรีจากการจับฉลากในงานอะบุ๊คแฟร์(ที่จริงต้องเสียภาษีอีก 495)มูลค่า 9990 บาท ปกติเคยใส่แต่ของปลอมที่คลองถมราคาไม่กี่ร้อยบาท ผมคิดว่าผมโชคดีนะ
หน้าปัดเป็นรูปนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของโลก-อัลเบิร์ต ไอสไตล์ ผู้ที่สร้างผลงานชิ้นเอกให้แก่มวลมนุษย์ นั่นคือทฤษฎีสัมพันธภาพ ที่ว่าด้วยเรื่องของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและการเคลื่อนที่ของเวลา
เข็มสีแดงอันเรียวเล็กหุ่นดี เดินหมุนไปทีละก้าวอย่างช้าๆ เป็นฟันเฟืองในการหมุนเข็มสั้นอ้วน-เข็มยาวอวบ ราวกับว่าถ้าไม่มีมัน เข็มที่เหลืออีกสองอันจะพิการ ไม่มีขาที่จะเดินด้วยตัวเอง หากขาดใครสักคน
เหตุผลที่นาฬิกาตายก็คงเป็นเพราะถ่านหมดหรือไม่ก็นาฬิกาหมดสิ้นอายุไขจริงๆ ไม่ต่างกับคนเรา แต่เวลาเดินหน้าตลอดเวลา และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหรือจะตาย
ตราบใดที่โลกยังไม่หยุดหมุน และพระอาทิตย์ยังคงตื่นทางทิศตะวันออก ลอยไปหลับที่ทิศตะวันตกเป็นประจำทุกวี่วัน เวลาก็มีหน้าที่ของมันด้วยการเดินเป็นเส้นตรง รอคอยคนมาแปรเปลี่ยนการเดินทางมัน
หนึ่งคน-หนึ่งเวลา-หนึ่งรูปแบบการเดินทาง ล้านคน-ล้านเวลา-ล้านรูปแบบการเดินทาง
แต่เวลาก็ยังเป็นเวลาเหมือนเดิม ไร้รูปแบบ ไร้ชีวิต ไร้จิตใจ เพราะเราถูกเนื้อต้องตัวมันไมได้
แต่กลับกันที่ นาฬิกาจะเดินจากทิศตะวันตก หมุนสู่ทิศตะวันออก มันจะเดินทวนพระอาทิตย์เสมอ เพราะมันมีทางเดินของมันเอง และมันจะไม่มีวันเดินทวนเข็มของตัวเอง-หากไม่ถูกใครสักคนบังคับ(ใจ)มัน
เหมา เจ๋อ ตุง อดีตประธานาธิบดีของประเทศจีนเคยกล่าวไว้ว่า “ชีวิตคนเรานั้นมีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง สามารถแบ่งเวลาออกได้เป็นสามส่วน ส่วนละ 8 ชั่วโมง ส่วนแรกคือการทำงาน ส่วนที่สองคือการพักผ่อน ส่วนที่สามคือการทำในสิ่งที่ตัวเองรัก”
ผมก็คิดว่าเป็นคำกล่าวที่ลงตัวในการใช้เวลาของคนตัวเล็กๆ อย่างเรา แต่เอาเข้าจริงจะมีสักกี่คนที่ทำตามนี้ได้จริงๆ เพราะชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอนของทุกสิ่งทุกอย่าง ที่รายล้อมรวบตัวเรา จริงอยู่ที่ชีวิตเป็นของเราอยู่ที่เรากำหนดให้มันเป็นไป แต่คนเราก็ไม่สามารถกำหนดสิ่งต่างๆ ทุกอย่างได้จริงหรอก โดยเฉพาะเรื่องของโชคชะตา
ทุกสิ่งมีเกิดมีดับ เหมือนที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ ในวันที่นาฬิกาชีวิตของเราหยุดเดิน เราคงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเวลาของเรามีไม่เท่ากัน แต่วันนี้เรายังอยู่ เวลาเรายังมีเท่ากันเสมอ
เราเป็นแค่ละอองฝุ่นผงเล็กๆ ที่อาศัยอยู่บนโลกใบใหญ่ใบนี้ หากเทียบกับจักรวาลที่กว้างใหญ่มหาศาล ที่โอบกอดดาวเคราะห์ดวงเล็กดวงน้อย จำนวนเป็นล้านๆดวง โดยที่เราทำได้แค่แหงนหน้ามองทองฟ้าและตะโกนบอกว่าเราคิดถึงใครสักคน..ก็เท่านั้น
ถึงใครจะไม่รับหรือไม่รู้ก็ช่างประไร ถือว่าเราใช้เวลาที่มีอยู่เท่ากัน ส่งต่อความคิดถึงให้ท้องฟ้าได้รับรู้ก็ยังดี
อาจารย์นวลจันทร์ เป็นอาจารย์ประจำชั้นตอนผมอยู่ม.1 สอนภาษาอังกฤษ มีอยู่วันหนึ่งอาจารย์ถามผมในชั้นเรียนว่า..
รู้ไหมว่าทำไมเราต้องเรียนหนังสือ เราเรียนไปเพื่ออะไร?
“เรียนเพื่อพ่อแม่ครับ” ผมตอบ
“ไม่ใช่ เธอต้องเรียนเพื่อตัวเธอเอง” อาจารย์บอก
“….?” ผมยังงุนงงและไม่เข้าใจ
อาจารย์เลยหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งมาอ่านให้ฟังหน้าชั้นเรียน ข้อความที่อาจารย์อ่านคือ..
“พ่อแม่ไม่มี เงินทอง จะกองให้ จงตั้งใจ พากเพียร เรียนหนังสือ
หาวิชา ความรู้ เป็นคู่มือ เพื่อยึดถือ เป็นเยี่ยง หล่อเลี้ยงกาย
พ่อกับแม่ มีแต่ จะแก่เฒ่า จะเลี้ยงเจ้า เรื่อยไป นั้นอย่าหมาย
ใช้วิชา ช่วยตน ไปจนตาย เจ้าสบาย แม่กับพ่อ ก็ชื่นใจ”
เด็กในห้องเงียบ รวมถึงตัวผมด้วย ผมเข้าใจแล้วครับอาจารย์ ผมได้แต่คิดในใจ
ผมคิดว่า “เวลาเป็นสิ่งที่ผ่านแล้วผ่านเลย แต่หลายคนเฉยเมย มัวเสียเวลาไปกับการดูนาฬิกา”
นาฬิกาที่ผมได้มาถึงมันจะราคาแพงสักแค่ไหน มันก็คงไม่เพิ่มเติมเวลาที่หายไป ให้กลับมาเหมือนเดิมได้อยู่ดี นาฬิกามีไว้เพื่อดูเวลา ต่างจาก เวลามีไว้เพื่อดูตัวเราเอง-เราอยู่กับมันตลอด 24 ชั่วโมงมิใช่หรือ?
ที่ใครว่ากันว่า เวลาเปลี่ยน-คนเปลี่ยน ผมขอเอาแต่ใจตัวเองและเถียงแรงๆได้ไหมครับว่า เวลาไม่เคยเปลี่ยน-แต่คนที่เปลี่ยนเวลา
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..

#1 By redtear on 2008-08-07 19:43