ตู้ไปรษณีย์สีแดงยังมีแรงหายใจ
posted on 17 Aug 2008 02:52 by munez30 in walkingdiaryสยามสมัย 125ปี ไปรษณีย์ไทย/1-10 สิงหาคม 2551/ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ผ่านไปอาทิตย์กว่าแล้วยังไมได้อัพเพราะไม่สบาย เห็นบล็อกคนอื่นก็พูดเกี่ยวกับเรื่องราวของงานนี้ไปพอสมควร กลัวเดี๋ยวจะเบื่อกันเสียก่อน ส่วนใหญ่ก็จะพูดกันถึงเรื่องภาพรวมของงาน ประวิตินุ่นนี่นั่น และภาพตู้ไปรษณีย์ต่างๆในงาน ทีนี้ลองมาดูดีเทลในแบบฉบับของผมกันบ้าง ที่คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ทันสังเกตหรือไมได้สนใจ ผมจึงเก็บมาฝากด้วยความตั้งใจ จะเป็นอย่างไรตามผมไปดูกันเลยครับ (แก้ไขรูปให้แล้วครับ พอดีมือใหม่ทำไม่ค่อยเป็น
) ขอให้เพลิดเพลิน :)
อันนี้ของแถม..ไม่รู้มีใครอยากได้ป่าว แฮะๆ
ของฝากจากตัวเอง
อันสุดท้ายนี่..ฝากแม่ครับ ถึงรูปจะไม่ชัดตา แต่ก็คงชัดใจใช่ไหมแม่?
หลังจากกลับถึงบ้านวันนั้น นอกจากจะได้ความทรงจำชิ้นใหม่เป็นของขวัญให้แก่ตัวเองแล้วยังได้อีกอย่างคือความสุข รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ถ้าใจเป็นลูกโป่งป่านนี้คงอัดแน่นด้วยก๊าซคล้ายจะแตกอยู่เต็มที
มีผู้คนมากมายทั้งลูกเด็กเล็กแดงที่จูงมือมากับพ่อแม่ หรือปู่ย่าตายายที่จับมือมากับลูกหลาน นึกถึงภาพนั้นทีไรก็พอเข้าใจว่าความสุขเล็กๆของไม้ไกล้ฝั่งนั้นมีคุณค่ามากเลยนะ เค้าจะอยู่กับเราไปได้อีกนานสักแค่ไหน และถ้าวันนึงเค้าจากไป จะมานั่งเสียใจบ่นกับตัวเองว่าถ้า..ถ้าย้อนเวลาได้คงไม่ปล่อยให้ท่านอยุ่บ้านเดียวดายตามลำพังแบบนั้น..ลืมไปแล้วหรอเวลามันย้อนไม่ได้ไง
ผมไม่อยากให้ไปรษณีย์หมดลมหายใจตายจากไปเหลือแค่ตำนานเหมือนโทรเลขเลย อย่างน้อยวันนี้สิ่งที่ผมได้สัมผัสก็ทำให้เริ่มมั่นใจว่า ยังไงไปรษณีย์ก็คงไม่มีวันตาย ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่หลงรักในแบรนด์ไปรษณีย์ไทย ยังเขียนจดหมาย-โปสการ์ด ส่งพัสดุ-ธนาณัติ อาจจะด้วยความรักหรือความจำเป็นก็ตามที
คุณเจนวิทย์สุดยอดแฟนพันธ์แท้แสตมป์ไทย เค้ารักในแสตมป์และประวัติศาสตร์ของมันไม่ใช่หรือ? เค้าถึงพยามหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องของแสตมป์ใส่สมองตลอดเวลา ถ้าวันนึงไปรษณีย์ป่วยอาการสาหัสต้องเข้าห้องไอซียู ผมเชื่อเหลือเกินว่าคุณเจนวิทย์จะต้องไปเยี่ยมไปรษณีย์เป็นคนแรกๆ
ภาพยนตร์เรื่องเดอะเล็ตเตอร์-จดหมายรัก ภาพยนตร์รักโรแมนติกสุดซึ้ง-ดราม่าสุดเศร้า หนังรักในดวงใจของผมเลย แค่กระดาษแผ่นเดียวก็มีความหมายกับคนสองคน เห็นอะไรไหมว่าจดหมายมันเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ด้วยความรุ้สึก แม้เวลาจะผ่านไปกี่ปี คนเขียนจะอยู่หรือไม่ ตัวหนังสือที่ปริ๊นจากเครื่องถ่ายเอกสารมันแทนกับตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือไมได้หรอก
ผมเองก็หลงใหลในไปรษณีย์อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะโปสการ์ด ผมว่าโปสการ์ดเป็นสารที่เข้าใจง่ายเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ มีภาพและเรื่องราวต่างๆอยู่ในนั้น คุ้มค่าเหมือนได้โชคสองชั้น มันเป็นการส่งความสุขด้วยกระดาษหนึ่งแผ่นและแสตมป์หนึ่งดวง หน้าที่ของมันคือ..
มอบรอยยิ้มผ่านรอยยับของกระดาษ มอบเสียงหัวเราะผ่านสำนวนที่ขบขัน มอบความคิดถึงผ่านหมึกซึมของปากกา มอบความห่วงหาผ่านเวลาที่รอคอย มอบความรักผ่านบุรุษไปรษณีย์ที่เป็นพ่อสื่อโดยไมได้ตั้งใจ
น่าเสียดายที่ปัจจุบันไม่ว่าเราจะพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัยมากแค่ไหน พัฒนาการติดต่อสื่อสารได้รวดเร็วเพียงใด แต่เรากลับไม่พัฒนาระบบของความคิดตาม โดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ
ปล.เพลงนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับไปรษณีย์เลยใช่ไหม? ..ใช่ครับ ผมเลือกเพลงนี้ด้วยสองเหตุผล อย่างแรก-ผมไปงานนี้ตรงกับวันที่อายอดรัก สลักใจเสียชีวิตพอดี อย่างที่สอง-ไม่มีไรมาก ผมชอบเพลงนี้ก็แค่นั้น
สุดท้ายขอแสดงความเสียใจสุดอาลัย กับการจากไปของ “อายอดรัก สลักใจ” อย่างไม่มีวันหวนกลับคืน แล้วผมจะจดจำอา..ตลอดไป
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..









น่ารักที่สุด
ผมชอบนะเรื่องราวในอดีต มันทำให้เราไม่ลืมความเป็นตัวเราน่ะ
#1 By redtear on 2008-08-17 17:29