สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าดาว
posted on 27 Aug 2008 10:25 by munez30 in copywriterlover
เวลาเราแหงนคอมองฟ้าตั้งบ่ามองหาดวงดาวและความสัมพันธ์ระหว่างระบบสุริยะกับจักรวาลแล้วเรานึกถึงอะไร?
ในอดีตอันยาวไกล ชาวเมโสโปเตเมียดูดาวเพื่อพยากรณ์ฤดูกาลทำไร่ไถนา, นักดาราศาสตร์อิสลามดูดาวเพื่อค้นหาที่ตั้งของมหานครเมกกะ, ชาวจีน ชาวอียิปต์ ชนเผ่ามายาและอินเดียนแดงต่างดูดาวด้วยความเชื่อทางโหราศาสตร์
หากเป็นคนช่างฝัน ดาวระยิบระยับนั่นคงจุดประกายจินตนาการผ่านดวงตาเข้าสู่สมองแล้วกลั่นกรองร่ายเป็นบทกวีชั้นเยี่ยมหรืองานศิลปะชั้นยอดของโลก
หากเป็นคนช่างรัก ดาวเหล่านั้นคงทำหน้าที่เรียงรายวางตัวต่อกันเป็นกลุ่ม เมื่อใช้ดินสอลากเส้นด้วยสายตาจากดาวดวงหนึ่งไปสู่ดาวอีกดวง จุดต่อจุด ลากไปจนจบที่ดาวดวงสุดท้ายประกอบเป็นรูปแบบที่สมบูรณ์ ปรากฎเป็นใบหน้าของคนที่เราคิดถึงในเวลานั้น ผมขอถือวิสาสะตั้งชื่อดาวกลุ่มนี้ว่า "กลุ่มดาวกันและกัน" ในฐานะที่เป็นผู้คนพบคนแรกและคนเดียว ต่อจากกลุ่มดาวทั้งหมดบนโลกประมาณ 88 กลุ่ม
ทริกของการดูมีไม่มากและไม่ยากเกินไป ไม่ต้องพึ่งพานักดาราศาสตร์หรือกล้องโทรทรรศน์ให้เสียเวลา ใช้แค่ดวงตาไขกุญแจเปิดประตูน่านฟ้าและเปิดผ่าม่านผ่านหมอกเมฆด้วยดวงใจ เพียงแค่นี้เราก็จะเห็นกลุ่มดาวนี้อยู่บนนั้น ไม่ว่าคืนไหนดาวจะพร่างพราวหรือพร่ามัว
แต่ก็อีกนั่นแหละ..ใช่ว่าเราจะสามารถมองเห็นกันได้ทุกคน บางคนโชคดีเห็นตลอดเวลา บางคนเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง บางคนนานๆเห็นที บางคนอาจไม่เคยเห็น แย่ไปกว่านั้นบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีดาวเคราะห์กลุ่มนี้โคจรลอยละล่อง เป็นปรากฎการณ์แห่งความรัก
ถ้าเขามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีสติปัญญาที่ปราดเปรียว แต่ทำไมเขาถึงไม่รู้ เขาอาจจะมีปัญหาในการรับภาพเนื่องจาก รูรับความรู้สึกอาจจะชำรุดหรือเลนส์ใจคงเสื่อมสภาพตามกาลเวลา
คนที่อยู่ในซีกโลกใต้ไม่มีทางเห็นดาวที่คนซีกโลกเหนือเห็น ส่วนคนที่ซีกโลกเหนือก็ไม่มีทางเห็นดาวที่คนซีกโลกใต้เห็นเช่นกัน ผมเพิ่งรุ้นะเนี่ยว่าถึงเราจะมองพระอาทิตย์ดวงเดียวกันทุกซีกโลก แต่เราก็ไมได้มองดาวดวงเดียวกัน
กระจุกดาวที่เราเห็นนั้นสมมติว่าห่างจากโลก 300 ปีแสง มันต้องใช้เวลา 300 ปีในการเดินทางมายังโลก ดาวที่เราเห็นจึงไม่ต่างอะไรกับการดูอดีต
ผมไม่เคยเห็นดาวตกเลยสักครั้งทั้งที่ "ฝนดาวตก" มีทุกเดือนจะมากจะน้อยก็ว่ากันไป ในช่วงใกล้สว่างจะเห็นดาวตกมากกว่าช่วงหัวค่ำ ว่ากันว่าถ้าเห็นดาวตกให้ขอพรอะไรก็ได้แล้วจะเป็นจริง เสียดายที่ผมไม่มีแม้แรงอธิฐานขอให้ดาวตกร่วงหล่นจากขอบฟ้าสู่ขอบฝั่งบนความหวังได้อย่างตั้งใจ
ทางช้างเผือกที่เขาเล่าว่าสวยงามตระการตา ผมก็ไม่เคยเห็น แค่คิดไปว่าวันไหนที่เมฆหมอกบังดาวอยู่เต็มท้องฟ้าทอดยาวไปสุดสายตา คืนนั้นคงไม่มีดางดวงไหนหล่นหรือพลัดตกลงมา เพราะดาวทุกดวงตีตั๋วปูเสื่อนั่งกินข้าวโพดคั่ว เพื่อรอชมภาพยนตร์รักสุดคลาสสิกเรื่อง "คู่กรรมภาคสุดท้าย(สุดท้ายจริงๆ)" รอบปฐมฤกษ์ก่อนใครในโลก ผมหวังว่าในฉากสุดท้ายดาวเคราะห์ทุกดวงจะเห็นโกโบริกับอังศุมารินยืนกอดกันอย่างมีความสุขและรักกันตลอดไป-อิจฉาดาว!
ท่ามกลางดวงดาวนับล้าน มีตำนานและเรื่องเล่าขานมากมายเกิดขึ้นบนท้องฟ้า และนี่คือสุดยอดในแต่ละแขนงของตำนานดวงดวงทั้งหลาย ผมจะเล่าให้ฟัง….
สุดยอดแห่งความสลดหดหู่ – ดาวลูกไก่
เรื่องราวของลูกไก่เจ็ดตัวที่แม่สุดที่รักถูกเชือดไปเป็นอาหารเลี้ยงพระธุดงค์ เหล่าลูกไก่กตัญญูจึงพร้อมใจกันโดดเข้ากองไฟฆ่าตัวตายตาม ทว่าการทำแบบนั้นเป็นบาปมหันต์ในแทบทุกศาสนา ซ้ำร้ายแม่ไก่ก็ยังต้องตายเปล่า เนื่องจากพระธุดงค์ไม่ฉันเนื้อสัตว์....อะไรจะรันทดขนาดนั้น น่าสงสาร (เพลงประกอบ ไม่ต้องห่วงฉัน-โลโซ)
สุดยอดแห่งการเนรคุณ – กลุ่มดาวแอรีส
แกะทองคำแห่งราศีเมษ(ราศีเดียวกับผมเลย)ซึ่งจอมเทพซุสส่งไปช่วยฟริกซัสและเฮลลี โอรสธิดาของกษัตริย์แห่งเทสซาลีซึ่งถูกแม่เลี้ยงใจร้ายทารุณกรรม เจ้าแกะขนปุยทุ่มสุดตัวช่วยฟริกซัสออกมาได้แค่คนเดียว ทว่าหลังจากช่วยฟริกซัสได้แล้ว มันกลับถูกผู้ที่ตนเองช่วยชีวิต มาเชือดบูชายัญถวายเทพเจ้าเอาดื้อๆ ซูสสงสารเจ้าแกะ จึงนำไปห้อยไว้บนท้องฟ้า กลายเป็นหมู่ดาวไป....นี่มันออกแนวชาวนากับงูเห่านะเนี่ย (เพลงประกอบ ชาวนากับงูเห่า-ฟลาย)
สุดยอดแห่งรักทรหด – คนเลี้ยงวัวและสาวทอผ้า
รักข้ามขอบฟ้าผ่าเผ่าพันธ์ระหว่าง "หนิวหลาง" ชายหนุ่มเลี้ยงวัวผู้ยากจนกับ "จื่อนวี่" นางฟ้าสาวนักทอผ้า ลูกสาวคนสุดท้อง ซึ่งเป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่งของจอมเทพ ทั้งคู่รักกันมากจนหนีไปอยุ่ด้วยกัน เจ็ดปีต่อมาจอมเทพเพิ่งรุ้ว่าลูกสาวตัวเองหายไปคนนึง จึงโกรธจัดชิงเอาตัวนางคืนมา แต่หนิวหลางไม่ยอมแพ้ พยายามทุกวิถีทางตามตัวคนรักอย่างสุดแรงใจ จนในที่สุดจอมเทพก็ทรงเห็นใจ ให้พบกันได้ปีละครั้ง โห..นานไปไหมท่าน น่าแปลกที่หนิวหลางยังไม่เคยนอกใจจื่อนวี่เลยแม้แต่ครั้งเดียวมากว่าพันปีแล้ว....นี่แหละนะรักแท้ชนะทุกอย่าง (เพลงประกอบ รักทรหด-ชายเมืองสิงห์)
สุดยอดแห่งความอาฆาต – กลุ่มดาวหมีใหญ่และหมีเล็ก
"องค์เทพีอาร์เทมิส" มีสาวกอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือ "นางคัลลิตโต" สาวงามผู้ซึ่งดันไปต้องตาจอมเทพซูส พระบิดาจอมเจ้าชู้ของอาร์เทมิสเข้า หลังจากซูสและคัลลิสโตลักลอบได้เสียกัน เกิดเป็นทารกน้อย "อาร์คัส" ขึ้น เทพีอาร์เทมิสได้ยินข่าวคาวเรื่องชู้ของพ่อตน ก็โกรธจัดสาปนางคัลลิสโตให้เป็นหมี และดลบันดาลให้ได้พบกับอาร์คัส ซึ่งเติบโตเป็นนายพรานจึงง้างศรยิงแม่ตัวเองเพราะเข้าใจผิด ซูสเกิดความละอายใจและสงสารจึงส่งนางคัลลิสโตขึ้นไปเป็นดาวหมีใหญ่ และส่งอาร์คัสเป็นดาวหมีน้อย ทว่ายังไม่จบความอาฆาตของอาร์เทมิสแต่เพียงเท่านี้ องค์เทพียังทรงขอร้องเทพโพไซดอนให้คอยผลักไสสองดาวแม่ลูกไม่ให้ไปพักในมหาสมุทรอย่างที่ดาวอื่นเป็นกัน ดาวทั่งคู่จึงกลายเป็นดาวค้างฟ้าที่ไม่เคยลับหายไป....น่าเศร้าจัง กลิ่นละครหลังข่าวคลุ้งเลย (เพลงประกอบ ดาว-พาราดอกซ์)
สุดยอดความรัก..แห่งสยาม – กลุ่มดาวคนแบกน้ำ
เป็นที่รู้กันทั่วไปว่ามหาเทพซูสนั้นเจ้าชู้ไปจนถึงขั้นบ้ากามขนาดไหน ไม่เพียงแต่ผู้หญิงที่คร่าชิงมามหาศาล หนึ่งในจำนวนนั้นยังมีผู้ชายอยู่ด้วย! เอาละสิ "แกนีมิด" เป็นเด็กหนุ่มรูปงามเฉลียวฉลาด ถูกอกถูกใจนักหนา จึงพาตัวมาอยู่ด้วยกันที่โอลิมปัส มีหน้าที่คอยรินเหล้าให้เหล่าเทพเจ้า เลี้ยงดูอย่างดีเยี่ยงคนรัก ร้อนถึงหูของชายาเอก "เทพีเฮรา" หนอยมีกิ๊กสาวๆ เต็มบ้านเต็มเมืองไม่พอ นี่ยังจะเอาบอยๆ มาเลี้ยงต้อยอีกเรอะ เธอเลยอาละวาดซะยกใหญ่ ซูสจึงจำใจตัดปัญหา ส่งแกนีมิดขึ้นท้องฟ้าเป็นดวงดาวไป....อืมส์..เราคงเป็นแฟนกันไมได้แล้วล่ะ แต่ก็ไมได้หมายความว่าซูสไม่รักแกนีมิดนะ (เพลงประกอบ อยากรู้แต่ไม่อยากถาม-แคลอรี่บลาบลา)
ขอบคุณข้อมูลเรื่องสุดยอดตำนานดาว จากหนังสือ abc HAPPY ENDING ด้วยครับ :)
พี่จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง เคยบอกไว้ว่า "คนเราก็เหมือนดาว เวลาเคลื่อนที่มาไกล้กันก็มีอิทธิพลต่อกัน ดึงดูดกันบ้าง ผลักไสกันบ้าง แล้วต่างก็โคจรจากกันไป" ถึงแม้จักวาลจะกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาแค่ไหน กลุ่มดาวกันและกันของผมจะไม่หมุนหลุดวงโคจรหายไป แม้ผมจะเห็นเพียงลำพังคนเดียวก็ตาม
รู้ไหมดาวเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของกลุ่มก๊าซและแร่ธาตุที่ลอยอยู่ในอากาศ มันจะหลอมรวมกันพอถึงอายุไขก็จะระเบิดออก นานไปมันก็จะจับตัวกันใหม่เป็นดาวเหมือนเดิมเป็นวัฏจักรแบบนี้เรื่อยไป ตอนนี้ในเลือดของเราทุกคนทั้งผมและคุณมีธาตุเหล็กผสมอยู่ ครึ่งหนึ่งมันเคยเป็นดาวดวงใดดวงหนึ่งในจักรวาลมาก่อน
ถึงเราจะอยู่ไกลกันคนละซีกโลก มองไม่เห็นดาวดวงเดียวกัน แสงจากตัวเราก็ส่องทางเดินของชีวิตให้สว่างไสวได้ไม่เท่ากันทุกคน แต่อย่าลืมว่าเราต่างมีดาวเป็นของตัวเอง-คนละดวง
แด่..ดาวพูลโต..ดาวเคราะห์ดวงสุดท้องที่จากไปก่อนเวลาอันควร
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..

แล้วคุณมั้ย ว่าเราเป็น(ดาว)ซินโดรม
#1 By so far on 2008-08-27 11:05