ปริมาณของความสนุก
posted on 01 Oct 2008 01:45 by munez30 in copywriterlover
ถ้าความสนุกสามารถกำหนด 'น้ำหนัก' ได้อย่างแน่นอนเหมือนสูตรคูณในวิชาคณิตศาสตร์ตอนป.4 คุณคิดว่าจะใช้เครื่องมือใดวัดขนาดของความสนุก และควรใช้หน่วยรบอะไรต่อท้ายมูลค่าของความสนาน ปอนด์,กิโล,กะรัต,กรัม,ออนซ์,สโตน ??
แล้วถ้าความสนุกสามารถกำหนด 'ปริมาตร' ได้อย่างแม่นยำเหมือนวิชาเรียนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หน่วยรบพิเศษของความสนุก ก็จะมีกองกำลังสนับสนุนตามมาเสริมอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น นิ้ว,เซ็น,ฟุต,เมตร,หลา,แกลลอน,ลิตร ??
ด.ญ.แนน(นามสมมติ) มีความสนุก 38 ปอนด์, ด.ญ.หนึ่ง(นามสมมติ) มีความสนุก 12 สโตน, ด.ญ.นุ่น(นามสมมติ) มีความสนุก 25 หลา, และด.ญ.แน็ท(นามสมมติ) มีความสนุก 8 แกลลอน ตามลำดับ, ฟังดูแล้วรู้สึกอย่างไรน่าขำไหมละ ทั้งๆ ที่พวกเขาทั้งสี่คน อาจจะเล่นของเล่นชนิดเดียวกัน แบบเดียวกัน รุ่นเดียวกัน ต่างกันที่เวลาและสถานที่ แต่ใช่ว่าพวกเขาจะมีความสนุกเท่าเทียมกัน บนพื้นฐานของความรุ้สึกเดียวกันก็ตาม
จริงๆ แล้วผมว่าความสนุกนั้นอยู่ติดตัวกับเราตลอดเวลา ทุกที่ที่เดินไป ทุกที่ที่หายใจ เพียงแต่เราจะ 'หยิบ' ความสนุกออกมาใช้เมื่อไร หรือใครจะ 'ยื่น' ความสนุกมาให้เราเวลาไหน ความสนุกแต่ละคนมีลิมิตไหม ผมว่ามีนะ ถึงแม้เราจะไม่รู้ถึงขนาดของมัน จับต้องไม่ได้ด้วยมือ ไขว่คว้าไม่ได้ด้วยสายตา
ลองนึกดูถ้าวันหนึ่งเราได้ของเล่นใหม่เอี่ยมอ่องสักชิ้น อะไรก็ได้ จักรยาน,ตุ๊กตา,เลโก้,เกม, วันแรกที่เราได้สัมผัสมันด้วยตาและจับต้องมันด้วยมือ ความสนุกจะหลั่งไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตกโดยฉับพลัน จากนั้นไม่นานน้ำก็จะค่อยๆ เหือดแห้งตามลำดับลดต่ำลงเรื่อยๆ ระเหยเป็นไอไปสนิท จนปลาว่ายน้ำไม่เป็น
จากนั้น, วันใดที่เราได้ของเล่นชิ้นใหม่กว่า มาแทนที่ชิ้นเดิม ของเล่นชิ้นแรกก็จะเปลี่ยนสถานะไปเป็นของเก่า มีหน้าที่ทำได้แค่เพียงหลบแดดเข้าไปกอดเข่าอ้างว้างในความมืดในกล่องลังสักใบ หรือถ้าของเล่นชิ้นนั้นมีหน้าตาที่หล่อเหลา น่ารักน่าชัง ได้ขึ้นหน้าแรกไฮไฟท์ มันก็จะถูกวางเป็นนางโชว์ไว้บนชั้น รอวันฝุ่นเกาะหนาเตอะ และถูกขยับเขยื้อนบ้างบางเวลา
วันนั้น, เราจะเห็นร่องรอยของความสนุกที่ถูกเจือจางด้วยเข็มของกาลเวลา ที่เราสต็อปมันไม่ได้เหมือนนาฬิกาดิจิตอลเรือนโก้หรู ในทางกลับกันเราจะเห็นปริมาณความหนาแน่นของความทรงจำ ที่ถูกโบกปูนฉาบทับเข้ามาแทนที่(ถ้าคนๆ นั้นยังเห็นคุณค่าของของเล่นชิ้นนั้นอยู่) ความสนุกไม่มีวันคงที่ แต่ความสุขสิที่คงทน
ช่วงเวลาที่เราต่างมีความสนุกที่สุดน่าจะเป็นช่วงตั้งแต่เราแรกเกิด(อาจยังจำความไม่ได้) จนถึงอายุ 14(อาจจำได้บ้างไม่ได้บ้าง) ตั้งแต่เกิดเราก็ถูกผู้ใหญ่ยัดของเล่นใส่มือทั้งสองต่างๆ นาๆ ทั้งลูกเป็ดยางสีเหลือง,ลูกกระพรวน,ของเล่นไม้,หรือแม้แต่นิ้วเราเอง เรายังเอามาอมๆ ดูดๆ เล่นไม่ใช่หรือ หรือใครจะเถียงว่าไม่เคย?
พอปีกกล้าขาแข็งเข้าโรงเรียนหน่อย ผู้ชายก็จะเล่น ซ่อนแอบ,กระต่ายขาเดียว,เขี่ยสติ๊กเกอร์,เล่นว่าว,แต่งรถทามิย่า ส่วนผู้หญิงก็จะเล่น ขายของ,พ่อแม่ลูก,บอลลูนโป้ง,หมากเก็บ,ปิงป่องแช่ หรือว่าคุณไม่เคยเล่น? (แหม..ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันทุกคน แล้วคิดในใจ "เออๆ ใช่ว่ะ จริงด้วย" ใช่ไหม?)
ช่วงเวลาแห่งความสนุกนั้นแสนสั้น วัยเด็กอยู่กับตัวเราได้ไม่นาน ถ้าเทียบกับอีกทั้งชีวิตที่เหลือ เรามีความเป็นเด็กได้แค่ 14 ปีเท่านั้น พอ 15 เราก็ทำบัตรประชาชนกันแล้ว ปลดคำว่า ด.ช.และ ด.ญ. และเข้ารับตำแหน่ง นายและนางสาว ก้าวไปสู่หน้าที่ของการเป็นผู้ใหญ่(ที่ดีหรือไม่ดีก็ว่ากันไป)
ตอนเด็กๆ เราชอบที่จะมีเพื่อนเยอะๆ เพราะกลัวว่าถ้าเพื่อนน้อย จะเล่นไม่สนุก หรือถูกเพื่อนล้อว่าไม่มีใครคบ แล้วก็พาลให้เก็บตัว เก็บกด ไม่มีความสุข พอเข้าสู่วัยรุ่น เราก็จะเลือกคบเพื่อนมากขึ้น ระวังตัวขึ้น แม้ว่าความสนุกนั่นจะไม่ได้ลดน้อยถอดลง ที่เปลี่ยนไปก็แค่ 'เวลา' ที่จะสนุกเท่านั้น พอเข้าสู่วัยกลางคน แม้มีเพื่อนเป็นร้อยเป็นพัน มันอาจจะทำให้เรามีความสนุก แต่ก็คงสู้หาคู่ชีวิตเพียงคนเดียวที่เราตามหามาค่อนชีวิตเพื่อความสุขที่รอคอยไม่ได้หรอก
"ไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร" โบราณว่าไว้แบบนั้น แต่ถ้าปราศจากกระถางที่ทนทาน ปริมาณดิน-ฟ้า-อากาศ ที่เพียงพอ ปัจจุบันคงเปลี่ยนสำนวนนี้เป็น "ไม้เท้าทอดหยอด กระบองทองหยิบ" ที่มีดีแค่หวาน แต่ไม่กลมกล่อมอร่อยลิ้นเมื่อลองชิม
"ปริมาณของความสนุกนั้นจะหมดลงเมื่องานเลี้ยงเลิกลาไป แต่ปริมาณของความสุขนั้นจะหมดลงเมื่อชีวิตร้างลาไกล"
ตอนนี้คุณอายุเท่าไร ความสนุกของคุณละมีขนาดแค่ไหนกัน? ขอให้ใช้ความสนุกให้มีความสุขกับชีวิตครับ :)
ปล.ผมเคยเต้นประกอบเพลงนี้ในงานกาชาดที่ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ตอนป.1
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..

#1 By so far on 2008-10-01 12:39