TAG เรียน "โฆษณา" อย่างคนมีกึ๋น
posted on 03 Oct 2008 02:14 by munez30 in lifeonmyways
ตอนนี้เพิ่งเรียนจบ 3 ปีครึ่งสดๆ ร้อนๆ เรียนนิเทศศาสตร์(การโฆษณา) มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา(บ้านแห่งความสำเร็จ)
สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
ต้องบอกก่อนเลยว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏฯ แต่ละที่จะเรียนคล้ายๆ กัน ต่างกันก็แค่ชื่อสถาบัน ในส่วนของโปรแกรมวิชานิเทศศาสตร์ มหาลัยผมแบ่งออกเป็น 4 สาขา ได้แก่ วารสารศาสตร์,การประชาสัมพันธ์,การโฆษณา,วิทยุ-โทรทัศน์
การเรียนการสอนตามหลักสูตรจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ หมวดวิชาการศึกษาทั่วไป(คณะอื่นต้องเรียนเหมือนกัน), หมวดวิชาเฉพาะด้าน(ของแต่ละสาขา), และหมวดวิชาเลือกเสรี(วิชาจิปาถะทั่วๆ ไป), พอจะเข้าใจภาพรวมกว้างๆ ไหม ทีนี้จะเอากล้องซูมเข้าไปในสาขาแล้วนะ(แบบที่ชูวิทย์ทำ)
สำหรับเอกโฆษณานั้น พอเข้าปีแรก เขาจะกำหนดให้เรียนกลุ่มวิชาการศึกษาทั่วไปก่อน เช่น ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, วิทยาศาสตร์, สังคมศาสตร์, วิชาเบสิกๆ พื้นๆ ที่เราเคยเรียนกันมาตั้งแต่มัธยม แต่จะยากขึ้นมาหน่อย ที่เขาให้เรียนแบบนี้ก็เพราะว่า ถ้านักศึกษาคนไหน เปลี่ยนใจอยากย้ายคณะตามเพื่อน ตามแฟน ก็จะสามารถย้ายตอนขึ้นปี 2 ได้เลย ไม่ต้องมาเสียเวลาเก็บวิชาเรียนเพิ่มอีก ผมก็ว่าเข้าท่าดี ใช้เวลาปีแรกในการปรับตัวก่อน ว่าเราต้องการเรียนอะไรจริงๆ เพราะการเรียนแต่ละวิชาเราจะได้นั่งเรียนกับเพื่อนต่างคณะ แบบแรนดอม เป็นการเรียนรวมเหมือนราม พอขึ้นปี 2 แล้วจะเรียนเอกใครเอกมัน
จากนั้นก็จะต้องลงทะเบียนเรียนเองตามชั้นของแต่ละปีไปใน กลุ่มวิชาเฉพาะด้าน ของเอกโฆษณา เช่น การเขียนภาษาอังกฤษเฉพาะกิจ, การพัฒนาบุคลิกภาพเพื่องานนิเทศศาสตร์, การวิจัยนิเทศศาสตร์, หลักนิเทศศาสตร์, หลักการสื่อสารมวลชน, ศิลปะการใช้ภาษาเพื่องานนิเทศศาสตร์, กฎหมายและจริยธรรมสื่อสารมวลชน, การสื่อสารเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น, หลักการสื่อสารการตลาด, การถ่ายภาพเบื้องต้น, วิชาพวกนี้เป็นวิชาบังคับของคณะ(ทุกสาขาจะต้องเรียนเหมือนกันหมด) และต้องเรียนให้ผ่านทุกตัว คือต้องมากกว่า C ขึ้นไป ไม่งั้นไม่จบต้องลงเรียนใหม่
จากนั้นก็จะต้องเรียน กลุ่มวิชาบังคับแขนง ของเอกโฆษณา ก็จะมี หลักการโฆษณา, การโฆษณาและพฤติกรรมผู้บริโภค, การเขียนบทโฆษณา, การวางแผนสื่อโฆษณา, การสร้างสรรค์และการผลิตงานโฆษณา,วิชาพวกนี้เป็นวิชาที่บังคับของสาขา(แต่ละสาขาก็ต่างกันไป) และต้องเรียนให้ผ่านทุกตัว คือต้องมากกว่า C ขึ้นไปเหมือนกัน ไม่งั้นไม่จบจริงๆ นะ ไม่ได้ขู่ ดูมาเยอะแล้ว
จากนั้นก็ตามมาด้วย กลุ่มวิชาเลือกแขนง ของเอกโฆษณา(อันนี้จะเลือกเรียนวิชาอะไรก็ได้ที่เขากำหนดมาให้) แต่ต้องเรียนไม่น้อยกว่า 15 หน่อยกิต ที่ผมลงเรียนก็มี วาทวิทยาการโฆษณา, การโฆษณาทางสิ่งพิมพ์, การโฆษณาทางวิทยุ-โทรทัศน์, นิเทศศิลป์เพื่อการโฆษณา, การวางแผนรณรงค์เพื่อการโฆษณา, สัมมนาการโฆษณา, โครงการพิเศษด้านการโฆษณา, การวิจัยโฆษณา, การถ่ายภาพโฆษณา, ศิลปะกับงานภาพถ่าย, วิชาพวกนี้ไม่ได้บังคับว่าจะต้องเรียนวิชาอะไร แค่ลงให้เกิน 15 หน่วยกิตก็พอ ถ้าไม่ผ่านบางตัวก็ไม่เป็นไร ถือว่ายังจบได้ เอาเกณฑ์หน่วยกิตเป็นหลักแล้วกัน
จากนั้นก็ตามมาด้วย กลุ่มวิชาเลือกทั่วไป ของเอกอื่น(อันนี้ไม่เรียนก็ได้ ไม่บังคับแล้วแต่ใจจะไข่วคว้า) ที่ผมลงไปก็มี หลักวารสารศาสตร์, หลักการประชาสัมพันธ์,หลักวิทยุ-โทรทัศน์, ครบทั้ง 3 สาขาเลย อยากรุ้ว่าเอกอื่นเขาเรียนอะไรกันบ้าง แต่คิดว่าตัวเองโชคดีที่เลือกโฆษณา เพราะเรียนแล้วชอบที่สุดกว่าเอกอื่นๆ
จากนั้นก็ตามเก็บ กลุ่มวิชาเลือกเสรีให้ครบ 10 หน่วยกิต วิชาอะไรก็ได้ที่เปิดในมหาวิทยาลัย แล้วแต่เราจะสนใจ ผมก็ลงวิชาที่ไม่เครียด เรียนสนุกลุกนั่งสบาย เช่น ภูมิศาสตร์การท่องเที่ยวไทย, เทคโนโลยีการถ่ายภาพ, ฟุตซอล, เทเบิลเทนนิส, ปรากฎว่าได้ A ทุกวิชา โอ้แม่เจ้า!! ดีใจฉิบหาย
สุดท้ายก็ต้องเรียน วิชาเตรียมฝึกประสบการวิชาชีพนิเทศศาสตร์(เตรียมฝึกงาน) ให้ผ่านก่อนถึงจะไปลง วิชาการฝึกประสบการวิชาชีพนิทเศศาสตร์(ฝึกงาน) ได้ตามลำดับ แล้วก็เช็คกิจกรรมของมหาลัยเพื่อทำเรื่องขอจบครับผม
สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
มันอยู่ที่ว่าเราสนใจจะเอาไปใช้ทำอะไรมากกว่า ไม่จำเป็นว่าเรียนโฆษณา แล้วจะต้องไปเป็นครีเอทีฟ อาร์ทไดเรคเตอร์ ก๊อปปี้ไรเตอร์ เออี เอเจนซี่ โปรดักชั่นเฮาส์ ฯ เป็นแค่คนขายหมูปิ้งธรรมดาๆ ก็ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องมีคือไอเดีย-ความคิด มันต้องแปลก-ใหม่-ใหญ่-ดัง ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
เราต้องคิดก่อนว่าคอนเสปต์หมูปิ้งร้านเราเป็นไงดีวะ เอาเป็นหมูปิ้งน้ำผึ้ง หมูปิ้งน้ำพริกเผา หมูปิ้งน้ำตก ทะเล อะไรก็ว่ากันไป และต้องมีลูกเล่นในการขายของหน่อย ไม่ใช่ยืนขายทื่อๆ อาจจะมีโปรโมชั่น ซื้อ 10 ไม้ แถมข้าวเหนียว 1 ห่อ หรือไม่ก็แต่งตัวให้ย้อยยุคเป็นอคิลิส แบบในหนังเรื่องทรอยเลยเชื่อผม ถ้าไม่มีคนซื้อ มันก็ยังมีคนมุงวะ แล้วมันก็จะเริ่มปากต่อปากว่า "เฮ้ย! มึงเคยกินหมูปิ้งร้านมูเนซ ตรงบางแคร์ป่าววะ ร้านแม่ง..เจ๋งว่ะ สาวๆ รุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ซื้อเพียบ แม่ง..เปิดเพลงยุค 70 สลับกับเพลงอินดี้นำสมัย น่าอิจฉาว่ะ" ไม่นานสื่อทุกช่อง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับจะมาทำข่าว "หมูปิ้งอคิลิสฮิปปี้มูเนซ" เป็นไงเวิร์คไหมละ ไม่เชื่อลองทำดู รับรองรวย :)
บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ??
เอาแค่ข้อเดียวจริงหรอ? ขอหลายข้อได้ปะ ไม่มีไรมากหรอก ก็แค่ลงทุนมากหน่อยเสพสื่อต่างๆ ให้มากๆ ดูหนัง, ฟังเพลง,เล่นเกม, เล่นกีฬา, เดินทาง, อ่านหนังสือ, ติดตามข่าว, คือเราเรียนสื่อสารมวลชนเราต้องทำตัวใหม่อยุ่ตลอดเวลา เราต้องพยายมเก็บเกี่ยวทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวให้หมด แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ มันออกมาใช้กับชีวิตให้ได้
เรื่องวันนี้ พรุ่งนี้ก็เป็นอดีตแล้ว แต่เราต้องจดจำอดีตรากเหง้าที่ผ่านมาเอาไว้ เพื่อสร้างสรรค์ หาแรงบันดาลใจ ของสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นมาใหม่ และที่สำคัญ คุณต้องตั้งใจเรียน โดดบ้างได้ แต่คุณต้องมีความตรงต่อเวลา และรับผิดชอบต่อตัวเองสำหรับงานเดี่ยวและผู้อื่นสำหรับงานกลุ่ม ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่าเอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีใครเก่งไปกว่ากันหรอก แค่คิดไม่เหมือนกันเท่านั้น เราพยายามปรับโฟกัสของแต่ละคนให้มาที่จุดนัดพบตรงกลาง ปัญหามันมีอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะเดินหนี หรือซ่อมแซม ก็เท่านั้น
อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
อยากบอกว่าเด็กนิเทศ สวยแต่โง่ก็มีเยอะนะน้อง อย่าเข้ามาเรียนเพราะจีบหญิง จงเข้ามาเรียนเพราะรักที่จะเรียนจริงๆ ผู้หญิงคณะไหนๆ ก็มี อย่าคิดว่าเรียนนิเทศเพราะความสวยงามจากภายนอก แต่ให้เรียนเพราะครีเอทีฟจากภายใน นิเทศสอนให้คนมีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำลาย มันไมได้เรียนง่ายๆ อย่างที่คิดนะ งานเยอะ ยุงกัด มดต่อย (อันนี้ไม่เกี่ยว) สุดท้ายถ้าใครอยากจะเข้ามาเรียนจริง พกสมองซีกขวาและซ้ายมาพร้อมกัน แล้วตั้งใจคิดชีวิต เขียนงานออกมา มันจะได้งานที่เป็นตัวตนของเรา อย่าไปเลียนแบบลายเซ็นใคร พยายามยังไงมันก็ไม่มีวันเหมือนหรอก งานจะดีไม่ดี ถ้าทำเองอย่างน้อยก็ภูมิใจกว่าไม่ใช่หรอ
ผมก็ไม่ใช่คนเรียนเก่งอะไร ถ้าใครถามผมว่าเรียนได้เกรดเท่าไร ผมจะตอบอย่างภูมิใจ "กูได้เกียรตินิยมอันดับ 2 ว่ะ" แล้วไม่คิดว่าใครจะหาว่าผมโอ้อวด เพราะมันคือความจริง ผมไม่ได้โกหกใคร กว่าสิ่งที่ผมจะได้มา มันต้องผ่านการกรั่นกรอง อ่านๆๆ คิดๆๆ เขียนๆๆ ทำๆๆ ให้มันเป็นจริง มันต้องมากกว่าคำว่าพยายาม สุดท้ายวันนี้ผมก็ทำให้พ่อแม่ผมภูมิใจได้ที่สุด อีกวันหนึ่ง วันที่ผมเรียนจบ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างมากครับ :)
"เรียนปริญญาตรี ใครๆ ก็เรียนได้ อยู่ที่ว่าจะจบออกมาเป็นบัณฑิตที่เลวหรือจบออกมาเป็นบัณฑิตที่ดีของสังคม"
"ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ค่าของงานอยู่ที่ผลของสาธารณะชน"
....
ขอบคุณไอเดียดีๆ ที่มาร่วมแบ่งปันเส้นทางสู่ความฝัน จากแนนซี่อารมณ์ดีครับ, ขอบคุณภาพจากเวปโฆษณาไทย http://www.kosanathai.com, และวีดีโอจากเวปยูทูบด้วยครับ http://www.youtube.com
Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น
กติไก่กติกา:
1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่
2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป
3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??
4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ
ปล.เอาเข้าจริง เอนทรี่นี้เป็นอะไรที่เหนื่อยกว่าเขียนความเรียงเสียอีก รายละเอียดยังมีอีกเยอะ ทำเป็นรายงานได้เล่มหนึ่งเลย แต่ยังไงเราก็ทำสำเร็จ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี :)
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
สุดยอดง่ะ

#1 By so far on 2008-10-03 15:06