ในตู้มีปลานัยน์ตามีน้ำ
posted on 24 Oct 2008 00:49 by munez30 in memoriesremind
เย็นวันหนึ่งที่ตลาดนัดแถวบ้าน ผมกำเงินในมือจำนวนหนึ่ง เพื่อที่จะไปซื้อปืนอัดลมขนาดสั้น บรรจุลูกกระสุนพลาสติกหลากสี แต่บังเอิญว่าวันนั้นเขาดันไม่มาขาย ผมก็เดินเตร่ไปเตร่มา ไม่รู้จะซื้ออะไรดี ใจก็ไม่อยากกลับบ้านมือเปล่าให้เสียเที่ยว
ผมมองเห็นป้านั่งขายปลาอยู่พอดี นึกขึ้นได้ว่าพ่อเพิ่งได้ตู้ปลามาจากไหนไม่รู้ ผมเลยเดินไปด้อมๆ มองๆ จ้องตาปลาไปหลายตัว(ไม่รู้ท้องไปบ้างหรือป่าว..!!) ถูกใจปลาทองพุงอ้วนกลมกับปลารักเร่สีดำตาโปน ผมว่ามันน่ารักดีไม่หยอก ทันใดนั้นดั่งแสงสว่างทิ่มเข้าดวงตาทะลุสู่ขั้วหัวใจ ผมเลยเป็นโจรกลับใจ ล้มเลิกซื้ออาวุธ หันมาซื้อสัตว์เลื้ยงแทน
ที่ร้านมีปลาอยู่สองพวก คือพวกที่อยู่ในตู้กับพวกที่อยู่ในถุงมัดปากเรียบร้อยแล้ว ผมอยากได้ในตู้มากกว่าเพราะมันเลือกได้ จะได้ดูว่าตัวไหนมันอยากไปอยู่กับเรา
ผมตักปลาทองกับปลารักเร่ ขนาดแสตนดาร์ตมาหลายตัว เท่าจำนวนเงินที่มี ปลาทองดูสดใสร่าเริง ต่างกับเจ้ารักเร่ที่มันดูทมึงทึง มองผมตาขวาง เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ดูสิมันจ้องผมตาจะทะลุจากเบ้าแล้ว
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เรา(ผมกับปลา)ได้รุ้จักและคบหากัน ตอนม.2
พอกลับถึงบ้านผมก็เติมน้ำใส่ตู้ จัดแจงเทปลาลงไปว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์อย่างสบายใจเฉิบ
ผมเลี้ยงมันมาเรื่อยๆ จนถึงวันนี้ เคยตายเดี่ยว กอดคอตายคู่บ้าง ยกพลขึ้นอืดตายยกตู้ก็มี คงเป็นเพราะน้ำหรือเป็นเพราะคน ผมก็ไม่แน่ใจ
แต่ที่แน่ๆ เดี๋ยวนี้มันไม่ค่อยล้มหายตายจากไปแล้ว เป็นเพราะฝีมือการเลี้ยงปลาของผมคงได้ปีละขั้นครึ่งแหงๆ
ว่ากันว่าปลาทองเป็นสัตว์ที่อาพับในเรื่องของความจำที่สั้น จดจำอะไรได้ไม่นาน แล้วก็หลงๆ ลืมๆ ไปหมด ไม่ต่างจากตัดบัวไม่เหลือเยื่อใย
ผมว่ามันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียนะ ไอ้การที่เกิดมาแล้วมีความจำแค่ชั่วคราว, ข้อดี-คือมันไม่ต้องรับรู้อะไรมากเกินไป ไม่ทุกข์-ไม่สุข ไม่รวย-ไม่จน แค่ได้กินอาหารในแต่ละวันอย่างอิ่มหนำสำราญ(ช่างมีความสุขเสียจริง) ส่วนข้อเสีย-คือตลอดเวลาที่มีชีวิตมันจะจำอะไรได้บ้างไหม แม้แต่คนที่ให้อาหารมันอย่างผม ผมกลัวว่ามันจะลืมผมทุกครั้งไปที่เจอหน้ากัน
ข้างๆ ตู้ปลาทอง(จริงๆ มันก็คือตู้เดียวกันแค่มีกระจกกั้นกลาง) ผมเลี้ยงปลาตัวเล็กตัวน้อยในตระกูลปลาหมอสี ผมอยากให้มันทำความรู้จักกัน เป็นเพื่อนกัน แต่ปัญหามันอยู่ที่ความจำของเจ้าปลาทองเนี่ยสิ :(
โลกนี้ช่างยอกย้อนเสียจริง ถ้าวันไหนมันดันลืมไปว่า 'ที่จริงแล้วกูว่ายน้ำเป็น' แล้วกลายเป็นว่ามันลืมว่ายน้ำขึ้นมา ลืมหายใจทางเหลือก จะเป็นยังไง คงต้องนอนหงายอาบแสงไฟกันยกตู้โดยมิได้นัดหมาย..!!
ทุกๆ เดือน ผมจะต้องเปลี่ยนน้ำใหม่ให้มันเสมอ และทันทีที่เปลี่ยนน้ำใหม่เสร็จ มันจะว่ายไม่รู้เหน็ดไม่รู้เหนื่อย ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหน เหมือนปลากินยาบ้าไปสองเม็ด..!! (ไม่เชื่อลองนึกภาพตาม..)
แต่ทว่าหลายครั้งที่ผ่านมาน้ำสองตู้นี้มันสีต่างกัน ไม่เชื่อลองดูสิครับ จะเห็นได้ว่าตู้ซ้ายใสกว่าตู้ขวา ความขุ่นไม่เท่ากัน ทั้งๆ ที่เปลี่ยนน้ำพร้อมกันเสมอ บางครั้งน้ำตู้ขวาข้นคลักเหมือนสีดินลูกรังโดนฝนตกใส่
ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้..?!?
จำนวนปลาทองก็เยอะกว่า ตัวใหญ่กว่า อันที่จริงมันน่าจะกินจุกว่า ขี้มากกว่าปลาหมอสีที่ตัวเล็กรีบ หรือปลาหมอสีมันอารมณ์ไม่ดี ทุกข์-เศร้า-เหงา-เซ็ง ในโลกส่วนตัวของมัน, อาจจะใช่ ด้วยความจำที่ยาวของมัน อารมณ์ความรุ้สึกจึงเก็บไว้ได้นานกว่า ผมว่ามันคงร้องให้ โดยที่ไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา เหมือนมิวสิกวีดีโอเพลงอกหัก ที่น้ำตาไหลปั๊ป ฝนตกปุ๊ป เหมือนเสกได้ดั่งใจ ผู้กำกับคงตั้งใจให้สายฝนปิดบังหยดน้ำตาหรือป่าว อันนี้ผมไม่รู้(รู้แต่ว่าผมเอือมกับมิวสิกแบบนี้ชะมัด..!!)
แต่ชีวิตจริงของปลาคงทำแบบนั้นไมได้, ถ้าน้ำท่วม(หัว)ปลายังไงปลาก็ไม่ตาย แตถ้าน้ำท่วม(ปาก)คนยังไงๆ คนก็เหมือนตายอยู่ดี
น้ำสีข้นขุ่นในตู้คงไม่ต่างกับความแค้นเคือง ที่บ่งบอกถึงหยดน้ำตาที่ไหลออกจากตาปลา เคยได้ยินคำว่า 'ร้องให้จนน้ำตาเป็นสายเลือด' พอจะเข้าใจว่าปลาก็เป็นเหมือนกันกับคน
วันดีคืนดี-ระหว่างที่เราหลับไหลฝันดีบนเตียงนอน ภายในตู้ปลาใบนั้นมันคงเอาครีบก่ายหน้าผากน้ำตาไหลพราก
ตื่นเช้ามาถ้าพบว่าน้ำท่วมบ้าน ก็คงไม่ต้องแปลกใจไปว่าเพราะอะไร..
,,,, ,,,,
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..

#1 By คุณหนูเรื่อยเปื่อย on 2008-10-24 02:18