ก้อนหินของฉันพระจันทร์ของเธอ
posted on 13 Nov 2008 02:53 by munez30 in copywriterlover
เพิ่งกลับมาจากดูหนังเรื่องโปรแกรมหน้า(ผีชบาตามผมออกมาลอยกระทงไหมเนี่ย?!?) ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มเจ้าพระยา คนก็เนืองเกลื่อนตลิ่ง วันนี้คงเป็นวันพิเศษสำหรับคนมีคู่ ลมหนาวพัดแผ่วมาจนขนลุกขนพอง อากาศก็เย็นเชียบละเลียดผิว และที่สำคัญขอให้กระทงที่ทุกคนลอยไม่หลงทาง(เขาและเธอ)
เข้าเรื่องกันดีกว่า วันนี้เดินเหยียบก้อนหินโซซัดโซเซไปหลายรอบ มองเห็นพระจันทร์เต็มดวงอยู่บนหัวอีก เลยปิ๊งไอเดียอยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาโดยฉับพลัน
ผมสงสัยมาตลอดว่า ทำไมต้องลอยกระทงในคืนจันทร์เต็มดวงเช่นนี้ ลอยในคืนจันทร์เสี้ยว จันทร์เลี้ยว จันทร์ลด ไมได้หรอ? หรือว่าพรที่อธิฐานขอไปจะไม่สมประสงค์ดั่งตั้งใจ หรือว่าถ้าลอยตอนกลางวันแล้วมันจะร้อน เออนั่นสินะ
ผมไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเทศกาลลอยกระทงมากมาย รู้แค่ว่าเป็นการขอขมาลาโทษกับแม่น้ำที่เราใช้ดื่มใช้กินกัน และปล่อยของเสียลงสู่แม่น้ำ อันที่รู้และจำได้ขึ้นใจคือ พอไกล้ถึงวันลอยกระทงเมื่อไร ตอนเด็กๆ ก็จะต้องไปซื้อพลุมาจุดให้หนำใจ ยิ่งแรงยิ่งชอบ! ยิ่งดังยิ่งมันส์!
พูดถึงกลางวันกับกลางคืน ก็ต้องนึกถึงพระอาทิตย์กับพระจันทร์ที่เป็นตัวแทนแถวหน้าได้ดี ผมพอจะเดาออกแล้วว่าทำไมโบราณเขาถึงต้องจัดให้มีการลอยกระทงกันในเวลากลางคืน เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า ตอนกลางคืนนั้นพระจันทร์มีพวกพ้องเป็นดาวเคราะห์มากมายในจักรวาล ที่ยืนยิ้มเท้าสะเอวมองการแสดงจากเหล่าคนไทยจากทุกมุมบนนั้น
ยิ่งมีดาวเยอะยิ่งสนุก โดยที่พระจันทร์นั่นถือว่าเป็นผู้นำขบวนให้การชื่นชมแสงเทียนสว่างไสวบนผืนน้ำ เพราะพระจันทร์เป็นบริวารเพียงดวงเดียวของโลก
ในปี 1969 นิล อาร์มสตรอง และบัซซ์ อัลดริน นักบินอวกาศขององค์การนาซา ก็เป็นมนุษย์สองคนแรกที่ได้ไปเหยียบย่ำ ทำความรู้จัก สัมผัสมือกับพระจันทร์เป็นครั้งแรก และได้ทำสนธิสัญญากฏหมายอวกาศถือว่าพระจันทร์เป็นสมบัติร่วมกันของมวลมนุษยชาติ(ดวงจันทร์ก็เป็นของผมหรือนี่!)
แต่ถึงอย่างไรทั้งพระจันทร์และดาวเคราะห์น้อยใหญ่ในห้วงจักรวาลอันไกลโพ้น ก็ต้องสยบสิโรราบให้แก่พระอาทิตย์แต่โดยดี เพียงผู้เดียว เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า พระอาทิตย์ถือว่าเป็นดาวฤกษ์ที่ใหญ่ที่สุด(เหมือนพี่เบิ้มอย่างอเมริกาในด้านอำนาจ และพี่เบิ้มอย่างญี่ปุ่นในด้านเทคโนโลยี) ที่เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะจักรวาล
พระอาทิตย์นั้นถือว่ามีเพื่อนน้อยหรืออาจไม่มีเลยก็ได้ ไม่ใช่เพราะนิสัยไม่ดีเลยไมมีใครอยากคบ แต่เป็นเพราะอำนาจหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ต่างหาก อีกทั้งส่วนประกอบของพระอาทิตย์มีไฮโดรเจนมากถึงร้อยละ 74 มีมวลฮีเลียมร้อยละ 25 นั่นทำให้อุณหภูมิในร่างกายของพระอาทิตย์พุ่งทะยานปรอทแตกประมาณ 5780 เคลวิน หรือประมาณ 5515 องศาเซลเซียส หรือประมาณ 9940 องศาฟาเรนไฮ แล้วแบบนี้ใครจะอยากเข้าไกล้ละครับพี่! มิต้องหลอมละลายในพริบตาหรือ!?!
คิดดูถ้าพระอาทิตย์อยากเป็นเพื่อนสนิทกับโลกขึ้นมาละก็ บอกได้คำเดียวครับว่า ชิบหาย!! นี่ขนาดอยู่ห่างเป็นลำดับที่สาม ยังโดนเผลาผลานพลังงานแคลลอรี่ขนาดนี้ ขอร้องเถอะนะ อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ เหมือนเดิมแหละดีแล้ว ไอแอมฟายกำลังดี
มิน่าละ ถ้าขืนไปลอยกระทงตอนกลางวัน ก็เท่ากับว่าข้างบนนั้นมีผู้ชมรอดูชาวโลกคนไทยอย่างเราแค่พระอาทิตย์ดวงเดียว เนื่องจากดาวดวงอื่นยังหลับอยู่ กลางวันน่าสงสารพระอาทิตย์เหมือนกันที่ต้องอยู่ลำพัง อย่างที่บอกไม่ใช่วาเขาไม่ดี เขาแค่ดีเกินไปต่างหาก!!
คิดดูสิครับ ถ้าไม่มีพระอาทิตย์ แล้วต้นไม้ พืชพรรณธัญญาหารจะเอาแสงที่ไหนกิน แล้วจะเปลี่ยนแสงให้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างไร แล้วคนอย่างเราๆ ท่านๆ ไม่ต้องตายกันหมดหรอครับลองคิดดู!
พระอาทิตย์กับพระจันทร์เป็นดาวเหมือนกัน แต่ไม่เคยพบคร่าหน้าตากันสักครั้ง ไม่เคยแม้จะได้ทำความรู้จักกัน ประหนึ่งถูกพ่อแม่ใจร้ายห้ามลูกสาวไม่ให้แต่งงานกับใคร ลูกสาวไปแอบรักชาวนาก็ได้แต่กล้ำกลืนฝืนใจ น้ำตาตกในกันไป
เป็นใหญ่เป็นโตบางทีก็ลำบากใจนะครับ พระอาทิตย์อาจเลือกเกิดไมได้ที่เป็นแบบนี้ หากมันเลือกได้ผมว่ามันคงเลือกให้ตัวเองเป็นแค่ก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่ง เพื่อที่จะได้มีโอกาสพบเจอกับพระจันทร์ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
สิ่งเล็กน้อยอาจไม่สำคัญ เท่าความรู้สึกข้างในที่มี ก้อนหินก้อนไหนคงมีความสุขดีเมื่อถึงคืนที่พระจันทร์เต็มดวง เพื่อที่มันจะได้มีโอกาสถักทอแสงยิบยับเปล่งประกาย สู่สายตาของดวงจันทร์
วันลอยกระทงจึงมีความหมายกับมันมากกว่าวันไหนๆ เพราะมันจะได้บอกรักพระจันทร์ได้สักที
ปล.สุขสันต์วันลอยกระทงครับ :)
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..

#1 By iDoi* on 2008-11-13 03:31