ขอเชิญร่วมทำบุญด้วยดาวให้คนบนดอย
posted on 27 Nov 2008 15:01 by munez30 in lifeonmywaysวันเสาร์นี้ผมมีภารกิจ(ยิ่งใหญ่ระดับชาติ)ที่ต้องทำ..
1.
ReadCamp รี้ดแคมป์คือสนามคิด บนความเชื่อว่า ทุกอย่างล้วนอ่านได้ สิ่งของรอบกาย ความคิดรอบตัว เกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างไม่ไร้เดียงสา และเราอ่านมันได้ (โดยไม่ต้องสนว่าคนเขียนจะว่าอย่างไร-?)
รี้ดแคมป์ชวนทุกคนแลกเปลี่ยนการอ่านของตัว ของอย่างหนึ่งอาจอ่านได้ไม่รู้จบในหลายทาง การ์ตงการ์ตูน นิยมนิยาย เสื้อผ้าหน้าผม อาหารการกิน ตึกรามบ้านช่อง รถเมล์ลิเกเรือเมล์ตำรวจ วัฒนธรรมคือความหมาย เราอ่านอย่างนี้ คนอื่นอ่านอย่างนั้น ทำไม อย่างไร เราชวนคุณสงสัยและแลกเปลี่ยนไปพร้อมกัน ใน ‘รี้ดแคมป์'
อ่าน 'ทำไม'
นักอ่านคงรู้ซึ้งดีว่า เสน่ห์ของการอ่านนั้น ไม่ใช่เพราะเราได้แค่อ่านอย่างเดียว แต่เมื่ออ่านแล้ว เราคุยกับสิ่งที่อ่านได้ด้วย เราตีความ ตั้งคำถาม วิพากษ์ หรือกระทั่งรื้อแล้วเล่าสิ่งที่ได้อ่านใหม่ เมื่อลงมืออ่านด้วยกัน เราอาจเห็นความแตกต่างขัดแย้งมากมายในการอ่านแบบต่าง ๆ ซึ่งที่แท้แล้ว คงไม่มีการอ่านแบบใดความหมายแบบไหน ที่ถูกที่สุด ดีที่สุด อำนาจในการอ่านเป็นของผู้อ่านแต่ละคน หาใช่ผูกขาดกับผู้อ่านรายใดรายหนึ่ง หรือกระทั่งผู้เขียน!
อ่าน ‘อะไร’
ทุกอย่างอ่านได้ ทั้งของที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ทั้งแบบที่เป็นกระดาษและไม่ใช่กระดาษ ทั้งแบบที่มีบรรทัดและไม่มีบรรทัด ดังนั้น คุณจะอ่านอะไรก็ได้ อ่านหนังสือ อ่านหนัง อ่านฉากรัก อ่านเพลง อ่านโปสเตอร์ อ่านโฆษณา อ่านเสื้อยืด อ่านพฤติกรรม อ่านเทรนด์ อ่านวัฒนธรรม อ่านปุ่มบนไมโครเวฟ อ่านสถาปัตยกรรม อ่านการ์ตูน อ่านภาพวาด อ่านฯลฯ รวมไปถึง อ่านใจเธอ :)
อ่าน ‘ยังไง’
ใคร ๆ ก็มาสนุกกันได้ เริ่มจากลงทะเบียนหัวข้ออ่านกันก่อน ที่ www.readcamp.org พอถึงวันงาน เสาร์ 29 พฤศจิกายน 2551 ไปให้ทัน 10 โมงเช้า เพื่อโหวตเรื่องที่อยากอ่านด้วยกัน (หากมีจำนวนเรื่องมากกว่าเวลาที่มี อาจต้องให้สิทธิเรื่องที่ได้รับโหวตมากกว่า) แต่ละเรื่องจะมีเวลาอ่านด้วยกัน 30 นาที นักอ่านที่เรื่องถูกรับเลือกทุกคนจะได้ของที่ระลึกเป็นเสื้อยืดแสนสวย
รูปแบบงานรี้ดแคมป์เป็นลักษณะงาน “อสัมมนา” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากงาน “บาร์แคมป์”
เอ่อ..ยังงงกันอยู่ใช่ไหมครับ?
ทุกคนก็งงเหมือนกัน ก็มันอ่านได้หลายแบบนี่นา! รี้ดแคมป์ เป็นกิจกรรมเสวนา-แบบไม่เป็นทางการ (สุดๆ) ชวนคุยกัน เรื่องการรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว แต่ละคนเตรียมเรื่องที่อยากคุยมา (เราจะเตรียมโปรเจกเตอร์ไว้ให้ จะใช้หรือไม่ก็ได้) แล้วเราก็มาเลือกด้วยกัน เรื่องไหนมีคนยกมือ อยากจะร่วมวงมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ คนเสนอก็จะได้โอกาสนำวงคุย "ง่ายๆ" แค่นี้เอง!
จะคุยเรื่องอะไรก็ได้ เพราะทุกอย่างอ่านได้! เสื้อผ้าหน้าผม, ดูหนังฟังเพลง, ตึกรามบ้านช่อง, ละครหลัง-ข่าว, เอสเอ็มเอส, ลำปางหนาวมาก, ลอดช่องสิงคโปร์, รถไฟเรือเมล์ลิเกตำรวจ, อะไรที่ได้เห็นได้ยิน เราก็อ่านมันอยู่ นั่นแหละหยิบมาคุยกัน ถ้ายังงงๆ อยู่?
ถ้าไม่เหลือที่ว่างไว้ให้งง มันก็อ่านไม่สนุกน่ะสิ ;)
มาอ่านด้วย มางงด้วยกัน 29 พ.ย. นี้ ที่หอศิลป์กรุงเทพนะ แล้วที่สำคัญเขาบอกว่า..อย่าลืมหยิบของอะไรก็ได้หนึ่งชิ้นมาด้วยนะ (อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม?) แต่ที่แน่ๆ ผมตั้งกระทู้เรื่องอ่านไปแล้วว่า "..แรงบันดาลใจในการอ่าน a day&a book.." ไม่รู้จะมีคนอยาก 'อ่าน' ด้วยกันไหม? งานแรกที่ผมจะไป แล้วเจอกัน :)
,,,, ,,,,
2.
งานแตกหน่อ/29 พฤศจิกายน 2551/โรงละครมะขามป้อม สี่แสกสะพานควาย
หากใครได้อ่าน "หน่อไม้" ไปคงจำชาวบ้านปางแดงในได้ ขณะนี้ชาวบ้านปางแดงนอก (บ้านใกล้เรือนเคียงกัน) กำลังถูกรังแกโดยผู้มีอำนาจ (คำนี้ไม่เคยมีความหมายดีเลย) ชาว "หน่อไม้" จึงจัดงานขึ้นเพื่อตะโกนข่าวให้รู้โดยทั่วกัน ที่มาของงานฟังดูชวนเครียด แต่งานนี้น่าสนุกครับ ขอชวนพี่ๆ น้องๆ ทุกท่านไปร่วมงานกันครับผม..
ชวนคุยโดย ทรงกลด บางยี่ขัน, ทรงศีล ทิวสมบุญ, และนิ้วกลม (โฟนอินจากลอนดอน!) เรื่องราวดีๆ ที่จะเกิดในงานนี้คือ เรื่องเล่าความประทับใจและภาพถ่ายในทริปหน่อไม้ที่ไมได้อยู่ในหนังสือ, ความเปลี่ยนแปลงของชาวหน่อไม้และพูดคุยและเปลี่ยนความคิดเห็นกัน, คุย ถาม ตอบ แบบล้วงลึก ถึงลูกถึงโคนหน่อไม้, ชาวมะขามป้อมจะอธิบายเรื่องราวของโรงละครมะขามป้อมที่เชียงดาวและเรื่องเศร้าที่ชาวหมู่บ้านปางแดงกำลังโดนรังแก, บริจาคเงินช่วยเหลือ, มินิคอนเสิร์ตจากวงเดอะบอดี้ชะลอม โดย อั๊พ ภูมิ ป้อง, เปิดตัวภาพถ่ายต้นไม้ที่ทุกคนปลูกร่วมกัน ในเวลา 6 เดือนต่อมา, สุดท้าย..คนที่มาร่วมงานกรุณานำต้นไม้ขนาดพกพาได้มาคนละต้น (อันนี้พอจะเดาออกว่านำไปแลกกันปลูกคนละต้น-เพื่อโลก) งานที่สองผมก็ไปอีก แล้วเจอกัน :)
,,,, ,,,,
แต่..หลักใหญ่ใจความของการจัดงานครั้งนี้ยังมีมากกว่านี้! มาดูปัญหาที่ส่งผลกระทบถึงชาวบ้านปางแดงกัน
หมู่บ้านที่ชาวหน่อไม้ไปปลูกป่ากัน คือหมู่บ้านปางแดงใน ส่วนหมู่บ้านที่กำลังประสบปัญหา คือหมู่บ้านปางแดงนอกอยู่ไกล้ๆ กัน ทั้งสองหมู่บ้านมีวิถีชีวิตทำการเกษตร อยู่แบบพอมีพอกิน โดยมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวดาระอั้ง หรือ ปะหล่อง
เมื่อปี 2524 คนในหมู่บ้านถูกเจ้าหน้าที่ย้ายลงมาที่พื้นที่ด้านล่าง พวกเขาจึงรวมเงินกันซื้อที่ดินจากคนเมืองเป็นจำนวน 3 งาน (หรือเกือบ 1 ไร่) เพื่อตั้งเป็นชุมชนมีประชากรจำนวน 400 ชีวิต ผ่านไป 20 ปี พวกเขาไม่ได้รับรองสิทธิความเป็นพลเมืองของประเทศ ทั้งยังถูกจับซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อหาไร้สัญชาติ และบุกรุกที่ดินในเขตป่าสงวน ที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่ ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเป็นว่าเล่น จากนั้นศาลก็เมตตาด้วยการให้ย้ายไปอยู่พื้นที่ใหม่ห่างกันแค่ไม่กี่เมตร (เพื่ออะไรครับท่าน!)
องกรค์พัฒนาสังคมต่างๆ ก็จบมือกันเข้ามาช่วยเหลือ ระดมทุนช่วยชาวบ้านสร้างบ้านครอบครัวละ 30000 บาท ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อโครงส้ราง ฝาบ้าน และหลังคา พวกเขายังไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง องกรค์ทั้งหมดจึงร่วมกันระดมทุนเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่จำนวน 700000 บาท เงินจำนวนนี้อยู่ในความดูแลของโครงการชุมชนชนบทบ้านปางแดง
โครงการนี้ต้องการเงิน 700000 บาท ในการจับจองพื้นที่ทั้งหมด 30 ไร่ โดยจะถูกแบ่งออกเป็น 700 แปลงบนกระดาษ มีทั้งพื้นที่เกษตรกรรม, ห้องประชุม, โบสถ์, ถนนและพื้นที่สาธารณะ, บ้าน, และหัวใจบ้าน (อันสุดท้ายนี่อยากรู้จังหน้าตาจะเป็นยังไง) ที่ดินแต่ละแปลงมีราคา 1000 บาท
ไกล้จะถึงปีใหม่กันแล้วครับ คนเมืองไปสนุกสนานเคาท์ดาวกันตามสถานที่ต่างๆ ส่วนคนดอยยังไร้ซึ่งที่อยู่อาศัยพักพิง เงิน 1000 บาทของคุณ (หรือหลายๆ คนรวมกัน 10 คน ก็เท่ากับคนละ 100 เท่านั้น) อาจซื้อรองเท้าผ้าใบแบรนด์เนมได้หนึ่งคู่ แต่สำหรับชาวบ้านนั้นซื้อความสุขให้กับพวกเขาตั้ง 400 คน
ร่วมกันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการส่ง สคส.ใบสีเทาให้กับหมู่บ้านชาวปางแดงเถอะครับ หนึ่งพันของเรา จะผูกพันพวกเขาให้เป็นหนึ่งเดียว
แถมเย็นศุกร์นี้ ยังมีคอนเสิร์ตของพี่จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง ที่จะบอกกล่าวเล่าข่าวชาวบ้านนี้ให้ได้ฟังกันอีกหนึ่งงาน ที่มิวเซียมสยาม ตั้งแต่ 18.00 เป็นต้นไป งานสุดท้ายผมก็ยังจะไป (นี่ตกลงไปทั้งสามงานเลยหรือเนี่ย โอ้ว..) แล้วเจอกัน :)
งานรี๊ดแค้มเริ่ม 10.00 - 19.00 ส่วนงานแตกหน่อเริ่ม 14.00 - 18.00 แต่ผมรักพี่เสียดายน้อง ดันมาจัดวันเดียวกันซะงั้น ช่วงเช้าคงต้องแบ่งใจไปให้น้องรี๊ดสีแดงก่อน พอบ่ายๆ ก็ค่อยรีบไปหาน้องหน่อสีเขียว อยู่ด้วยกันถึงงานเลิก งานแรกจะไปคุยกับน้องรี๊ดเพื่อกระตุ้นจินตนาการซะหน่อย ส่วนงานหลังจะไปทำบุญกับน้องหน่อเพื่อชาวเขาชาวดอย เรียกว่าเติมน้ำมันทีเดียว อิ่มทั้งสมอง อิ่มหังใจ โอ้ย..คุ้ม! (แต่นี่ผมเป็นคนหลายใจตั้งแต่เมื่อไรกัน! ปัดโธ่..)
ดูรายละเอียดเพื่อเติมได้ที่
http://www.makhampom.net/makhampom/makham2008/detail_th.php?pcoid=79 ของชาวมะขามป้อมwww.lonelytrees.net ของพี่ก้อง-ทรงกรด, www.roundfinger.com ของพี่เอ๋-นิ้วกลม, และwww.bobbyswingers.com ของพี่อัพ-ทรงศีล
,,,, ,,,,
งานรี๊ดแคมป์-และนี่คือของที่ผมจะเอาไป เป็นโน๊ตบุ๊คไม่มีเส้นแถมมากับอะเดย์เล่มที่ 94 ลิมิเต็ดผมมีอยู่เล่มเดียว และยังไมได้ขีดเขียนอะไรเลย วาดก็ได้ เขียนก็ดี อภินันทนาการจาก โซนี่ไซเบอร์ช็อต
งานแตกหน่อ-และนี่คือต้นไม้ที่ผมจะเอาไป ซื้อจากริมถนนวงแหวนแถวบ้าน เลือกอยู่นานจนลายตา แต่ละต้นที่หอบหิ้วไปได้มีแต่ดอกๆๆ ผมเห็นไอ้ต้นนี่เข้าถูกใจเลย ลุงคนขายบอกว่าต้นนี้ไม่มีดอก มีดีที่ยอดใบอ่อนจะแตกออกเป็นสีแดง นี่แหละที่ผมต้องการ มันต้องงามจากภายในสิ ไม่ใช่สวยแต่ดอกจูบไม่หอม เลยซื้อมาสองต้น อีกต้นจะเก็บไว้ปลูกเอง ต้นนี้มีชื่อเหมือนนักร้องสวยสุดเซ็กซี่ว่า "คริสติน่า"
,,,, ,,,,
ใครอยากร่วมทำบุญกับผมด้วยดาวคนละดวงเพื่อคนบนดอยไหมครับ? กติกามีอยู่ว่า..
ดาว 1 ดวงนั้นมีค่าเท่ากับเงิน 1 บาท รายได้ไม่หักค่าใช้สอย ผมจะมอบให้โครงการนี้ทั้งหมด ถือว่าผมเป็นตัวแทนของพี่ทั้งสามคนมาแจ้งข่าวให้ทราบก็แล้วกัน เพราะพี่เอ๋-นิ้วกลม ได้ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ ผมกลัวว่าจะไม่มีใครรู้ข่าวนี้ ผมจึงขอเชิญทุกคนทำบุญร่วมขัน ดีกว่าผมทำบุญคนเดียว รับบริจาคดาวถึงเช้าวันเสาร์นี้ 09.00 นะครับ..
เงิน 1 บาทซื้อลูกอมได้ 1 เม็ด-กินคนเดียว, เงิน 2 บาทซื้อลูกอมได้ 2 เม็ด-กินกับเพื่อน, แต่เงิน 100 บาทซื้อลูกอมได้ 100 เม็ด-เด็กชาวดอยกินได้ถึงหนึ่งร้อยคน ถ้าเขาไม่เก็บไว้กินคนเดียว..(แต่ไม่ต้องมากนะครับ เดี๋ยวผมจะลำบาก) และนี่คือเหตุผลที่ผมเขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อตัวเอง-แต่เพื่อคนอื่น.. ขออนุโมทนา สาธุ :)
,,,, ,,,,
ปล.ตอนแรกคิดไว้ว่าจะทำแบบแสตมป์ทองของเซเว่นดวงละ 3 บาท แต่กลัวถังแตกครับ! จึงลดโปรโมชั่นลงมาเป็นแสตมป์เงินดีกว่าเหลือดวงละ 1 บาท ขอบคุณดาวทุกดวงล่วงหน้าครับ :)
แล้วเจอใหม่ด้วยความห่วงใย..
มาสเตอร์แชมป์
ขอบคุณที่มาบอกบุญจ้า 
ปุ๊ สงสัยไม่ได้ไปแล้ววะ
พอดี ที่บ้านงานยุ่ง -*-
#1 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-11-27 15:32