รักออกแบบไมได้(จริงหรือ?)
posted on 17 Dec 2008 22:46 by munez30 in copywriterlover
“ความรักก็เหมือนรอยสัก เจ็บปวดทว่าสวยงาม” เป็นประโยคที่ผมรู้ว่าสุดเสี่ยว แต่ผมก็ใช้มันพาดหัวที่เอ็มเอสเอ็น ก็ผมชอบในความหมายมันนิ บางครั้งความรักก็ต้องแลกมาพร้อมกับความเจ็บปวดเสมอ ก่อนที่เราจะพบว่ามันดีแค่ไหนและสวยงามเพียงใด
ผมละโดน พี่ลิงใจดี แซวอยู่ในเอ็มเอสเอ็นเป็นประจำว่า “พ่อหนุ่มความรักก็เหมือนรอยสัก..” ตอนแรกผมเข้าไปทักพี่เขาทีไร พี่เขาจะจำไม่ค่อยได้ พอพี่เขาเห็นข้อความเท่านั่นละ จำได้แม่นเลยดีเดียวเชียว ส่วน พี่วิชัย ก็ยังไม่เอ่ยปากกับผมว่า “แม่ง..กล้วยตากซากอ้อยว่ะ” ใครจะว่าไงไม่รุนะ แต่ผมชอบของผมก็แล้วกัน
วันนี้ผมตั้งใจไว้ว่าจะมาออกแบบรักให้ดูกัน รู้ไหมทำไมเวลาเรานึกถึงความรัก เรามักจะนึกถึงทัชมาฮาลเป็นสถานที่แรกๆ ไม่ใช่เพราะมันสวยงามเวลาได้ยืนถ่ายรูปคู่หรอก แต่มันแฝงไว้ด้วยความงดงามที่อยู่ข้างในต่างหาก ผมจะออกแบบมันให้อ่าน..
เรื่องราวของความรักเริ่มต้นเมื่อเจ้าชายหนุ่มแห่งราชวงศ์โมกุลนาม “ชาห์ ชหานชีร์” จักรพรรดิองค์ที่สี่ของราชวงศ์ ได้พบรักกับหญิงสาวนาม "อรชุมันท์ พานุ เพคุม" ธิดาของท่านรัฐมนตรี ในงานออกร้านแห่งหนึ่ง พระองค์จึงมอบของขวัญชิ้นแรกเป็น “เพชร มูลค่า 10000 รูปี” พร้อมกับบอกกับพระบิดาว่า “จะแต่งงานกับหญิงสาวคนนี้คนเดียวเท่านั้น”
ผ่านไป 5 ปี พิธีอภิเษกสมรสก็ถูกจัดขึ้น นับจากนั้นทั้งสองพระองค์ก็ทรงอยู่เคียงข้างกันไปทุกที่ ไม่เคยอยู่ห่างไกลกันเลย แม้แต่ในสนามรบ (โอ้วว..แมนมาก)
หลังจากนั้นเมื่อพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์ ได้ทรงเรียกมเหสีของพระองค์ว่า “มุสตัช มาฮาล” ซึ่งแปลว่า “อัญมณีแห่งราชวัง” นับเป็นการให้เกียรติอย่างสูงที่สุดตามราชประเพณี
ผ่านไป 19 ปี ที่ก่อร่างสร้างความรัก 13 คือจำนวนโอรสธิดารวมกัน และในขณะที่พระนางกำลังท้องลูกคนที่ 14 อยู่นั้น ก็ทรงป่วยอย่างหนัก และกบัตริย์ก็ทรงอยู่เฝ้ามิห่างหาย
ก่อนสิ้นใจนางถามพระองค์ว่า “พระองค์ทรงรักหม่อมฉันมากไหมเพค่ะ..” กษัตริย์กุมมือตอบพร้อมน้ำตา “แน่นอน..เราไม่เคยรักใครเท่าเจ้าเลย..” กษัตร์ย์ย้ำอีกครั้ง “ที่รัก ท่านต้องการให้ข้าทำอะไรเพื่อเจ้า..” ก่อนคำตอบสุดท้ายของนางจะเอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หม่อมฉันขอเพียงอย่างเดียว คือ ขอให้พระองค์บอกแก่ชาวโลกว่า..พระองค์ทรงรักหม่อมฉันอย่างไรและมากขนาดไหน”
มีอยู่คืนหนึ่งพระองค์ฝันว่ามีเทวดานำทัชมาฮาลมาถวายแด่พระองค์ พระองค์จึงให้สถาปนิกมาออกแบบให้เหมือนกับที่พระองค์ฝันเห็นทุกประการ ผ่านไป 22 ปีแห่งความเสียใจ 17 ปีที่ก่อสร้าง 5 ปีที่ตกแต่ง ใช้แรงงานราว 20000 คน ช้างอีกเกือบ 1000 เชือก เพื่อลากหินอ่อน
สำหรับวัตถุที่ใช้ในการก่อสร้าง คือ หินอ่อนสีขาว-จากเมืองมครานา, หินอ่อนสีแดง-จากเมืองฟาตีบุระ, หินอ่อนสีเหลือง-จากเมืองนรภัทฑณ์, เพชรตาแมว-จากกรุงแบกแดด, ปะการังและหอยมุขจาก-มหาสมุทรอินเดีย, หินเจีนรไนสีฟ้า-จากหมู่เกาะลังขละ, เพชร-จากเมืองต่างๆ ในมณฑลขัณฑ์ รวมงบประมาณทั้งหมดไม่มากไม่น้อย แค่เพียง 1000 ล้านบาทไทยเลยทีเดียวเชียว!!
ทรัพย์สมบัติที่มีทั่งหมดเปลี่ยนเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่จากชายคนหนึ่ง
ขนาดของทัชมาฮาลจากการค้นหาข้อมูลที่เขาบอกว่าน่าเชื่อถือได้และให้ข้อมูลตรงกันมากที่สุดในหน่วยเป็นเมตร คือ สูง 60 เมตร ฐานกว้าง 100 เมตร หนา 5 เมตร มีหอคอยสี่ด้านสูงยอดละ 95 เมตร อยู่บนพิ้นที่ประมาณ 42 เอเคอร์ (ผมก็ไม่รู้มันมันใหญ่แค่ไหน) มีมัสยิด มีหออาซาน (หอที่เขาใช้แจ้งเมื่อถึงเวลาละหมาดนั่นละ) ส่วนยอดของทัชมาฮาลที่ลักษณะเป็นโดม เรียกว่า “โอเนียม โดม”
ที่น่าสงสารที่สุดน่าจะเป็นสถาปนิกที่ถูกประหารชีวิตหลังจากสร้างเสร็จ ด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่อยากให้มีใครที่มีฝืมือสร้างงานแบบนี้ได้อีก (เห็นไหมว่าเก่งเกินไปแล้วจะเป็นภัย) ส่วนคนใช้แรงงานอื่นๆ ก็ต้องถูกตัดมือตัดเท้าทั้งหมด (น่าสงสารเนอะ)
ภายนอกทางเข้ามีซุ้มประตูสีแดง มียอมโดมรวมกันนับได้ 22 พอดีเปะ เท่ากับจำนวนระยะเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งหมด โดยที่เวลาผ่านไป 1 ปี ก็สร้างขึ้น 1 โดม
และประวัติศาสตร์ไม่ว่าชาติไหนก็แทบจะฉายซ้ำกัน นั่นคือ การแย่งชิงบัลลังค์ของโอรสธิดา ที่นี่ก็เหมือนกัน พอพระองค์ทรงประชวร โอรสในพระองค์จึงขึ้นครองราชย์แทน และนำตัวพระองค์ไปกักขังไว้ที่ปราสาทหินแดง 8 ปี จนสวรรคต (ดูมันทำกับพ่อตัวเอง แม่งไมได้สร้างแล้วยังทำลายอีก-เลว)
ตลอดเวลาที่พระองค์ถูกขัง พระองค์ทรงเฝ้ามองเศษกระจกในกำมือที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาล จนถึงวินาทีสุดท้ายที่หมดลมหายใจ (ซึ้งเนอะ พิมพ์ไปนึกภาพไป-น้ำตาจะไหล)
จากนั้นศพของพระองค์ก็ถูกฝังไว้เคียงข้างกับพระมเหสี ภายในทัชมาฮาล (ถึงแม้ว่าพระองค์ทรงคิดที่จะสร้างสุสานฝังศพตัวเองอีกแห่งด้วยหินอ่อนสีดำ) ถึงเวลานี้ร่างที่ไร้วิญญาณของคนทั้งสองก็ยังคงถูกฝังหยั่งลึกอยู่ข้างใน ปราสาทสีขาวที่มีชื่อว่าทัชมาฮาล ไปจนชั่วกัลปาวสาน..
,,,, ,,,,
สำหรับผม ณ ตอนนี้คงเปรียบรักเป็นเม็ดทราย, เม็ดทรายน้อยเท่าหนึ่งกำมือ-น้ำก็ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว, เม็ดทรายเยอะเหมือนพื้นทะเล-ก็สามารถอุ้มน้ำทั้งหมดเอาไว้ได้, มีบ้างที่จะระเหยไปในอากาศ-นั่นมันแค่เรื่องเล็กน้อย
เมื่อทรายและน้ำอยู่ด้วยกันในปริมาณที่พอเหมาะพอเจาะ เราก็สามารถปลุกปั้นปราสาททรายด้วยมือของเราเองได้ แต่อย่าลืมภาวนาไม่ให้คลืนลมแรงเกินไป เพราะมันจะทำให้ความรักที่คุณออกแบบพังทลายลง..ชั่วพริบตาเดียว
ใครว่ารักออกแบบไมได้?-ผมขอเถียงหัวชนฝาเท้าชนพื้นว่าอย่างน้อยก็มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งที่มีพระนามว่า "ชาห์ ชหานชีร์" ผู้สำเร็จการออกแบบความรัก ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมเหสีของพระองค์ "มุสตัช มาฮาล"
คนที่มักพูดว่า "รักออกแบบไมได้หรอก" เขาคงไม่เคยใช้หัวใจ..ก่อนรักใครสักคน
แด่..ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความรัก บนคราบเลือดและหยดน้ำตา..
,,,, ,,,,
ขอบคุณย์ข้อมูลทัชมาฮาลจาก วิกิพีเดีย และอีกหลายเวปจาก กูเกิลดอทคอม ครับ :)
ปล.เอนทรี่นี้ใช้เวลาหาข้อมูลเยอะมาก เหนื่อยแต่คุ้มค่าที่ได้ลงมือทำ ขอดาวคนละ 1 ดวงได้ไหมหนอ ขอบคุณครับ นอนหลับฝันดี :)
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
ปราสาททราย - สุรสีห์ (คนดนตรี) - สุรสีห์

อยากเจอคนมาออกแบบความรักให้มั่งจัง
รักออกแบบได้ แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป
#1 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-12-17 23:11