คู่ควรที่ควรคู่
posted on 07 Jan 2009 00:56 by munez30 in memoriesremind
ลองมองสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณตอนนี้สิ ทุกอย่างล้วนมีสถานภาพด้วยกันทั้งสิ้น บางสิ่งเป็นคู่ บางอย่างเป็นคี่ บางอันอยู่ได้ด้วยตัวเอง บางอันต้องพึ่งพาอาศัยอีกสิ่ง
รองเท้า ปาท่องโก๋ ตะเกียบ หน้าตาเหมือนกันแต่ต้องทำงานร่วมกัน, โทรศัพท์มือถือ-ซิมการ์ด แก้ว-น้ำ ดารา-นักข่าว ต่างสถานะแต่ก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันอยู่ดี ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป อีกสิ่งก็เหมือนไร้คุณค่าและราคา
สิ่งของก็ไม่ต่างกับคน คนก็ไม่ต่างกับสิ่งของ, มีพ่อ-มีแม่ มีครู-มีลูกศิษย์ มีตำรวจ-มีโจร มีพันธมิตร-มีนปก. ทุกอย่างเป็นหยินและหยางในเวลาเดียวกัน ไม่มีดีสุด ไม่มีเลวสุด เหมือนลูกอมรสซากอ้อยสอดใส้กล้วยตาก (ขอยืมหน่อยนะ พี่วิชัย) คนที่ชอบซากอ้อยก็คงมีบ้าง คนที่ชอบกล้วยตากก็คงไม่น้อย ส่วนคนที่ชอบทั้งสองอย่างและไม่ชอบทั้งสองอย่าง คิดหรอว่าจะไม่มี มันเป็นไปไมได้เลย
เคยดูแหยมสโสธรกันไหมครับ ถ้าเคย..ลองนึกภาพคอสตูมสีสันฉูดฉาดบาดตา ถ้าไปเดินในท้องทุ่งดอกทานตะวันที่ลพบุรี ก็คงไม่แปลกเท่าไร แล้วถ้าลองนึกภาพอีกที ถ้าเปลี่ยนโลเกชั่นนั้นกลายเป็นขั้วโลกเหนือ ที่มีแต่หิมะและภูเขาน้ำแข็งดูสิครับ รับรองว่าคอนทราสต์กันสุดๆ
ต่อให้บทภาพยนตร์ดีแค่ไหน พี่ำหม่ำและเจเน็ทเขียวของเราแสดงดียังไง คนดูในโรงคงส่วยหัวกันเป็นแถว พาลบ่นก่นด่าผู้กำกับว่า มึงจะเอารางวัลภาพยนตร์ยอดแย่แห่งปีใช่ไหม!?! มึงจะฮาไปถึงไหน!
ไม่ต้องอะไรมากแต่งตัวแบบนั้นเดินเข้ามาบุญครอง ไม่มีคนมองผมให้เตะเลย
ของที่มีอยู่บางทีมันก็ไมได้แปลว่ามันไม่มี เพียงแต่มันมีของใหม่เพิ่มเข้ามาเท่านั้นเอง อย่างเช่นโทรศัพท์มือถือ ที่ผมตามยังไงก็ตามไม่ทัน มันจะดูทีวี เล่นไฮไฟ พูดแล้วเห็นหน้ากันไปถึงไหน ผมใช้คุยอย่างเดียวครับ ทุกวันนี้ผมยังใช้โทรศัพท์มือถือจอขาวดำธรรมดาอยู่เลย ป่วยการที่จะไฮโซซื้อความวุ่นวายที่มาพร้อมกับความแหลกลาน ของเงินในกระเป๋า
"ถ้าผมหน้าตาตีแบบบี้-เดอะสตาร์ และเต้นเก่งเหมือนจัสติน ทิมเบอร์เลค ผมทำไปแล้ว แต่ในเมื่อผมทำไมได้ แล้วผมจะทำไปทำไม!"
ตอนเป็นเด็กผมเคยคิดเล่นๆ นะว่าโตขึ้นอยากได้ของเล่นแบบนี้ อยากได้ชุดนักเรียนตราสมอ เชื่อไหมครับ ว่าของเล่นบางชิ้นจำพวกหุนยนต์แปลงร่าง ผมไม่เคยได้แตะ! และชุดนักเรียนผมใส่ยี่ห้อป้าอะไรไม่รู้มาตลอด! ซึ้งตอนนั้นก็แอบน้อยใจไง ว่าทำไมเพื่อนเราเขามีกันหมด แต่เรากลับไม่มี
มาถึงวันนี้ผมเข้าใจคำตอบแล้ว ถ้าวันนั้นผมได้เล่นหุ่นยนต์แปลงร่างหนำใจ และได้ใส่ชุดนักเรียนตราสมอ มันคงไมได้ทำให้ผมเป็นเด็กที่ฉลาดหรือเรียนเก่งเพิ่มขึ้นเลย ถ้าผมไม่ขยันทำการบ้านทุกวันหลังเลิกเรียน และมันคงอาจจะทำให้พ่อแม่ของผมลำบากเพิ่มขึ้นอีก ในการเอาเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายอย่างไม่ประมาณฐานะ
ใช่ครับ..ครอบครัวเราไม่เคยลำบากหรือถังแตกเลย เพราะเราเห็นคุณค่าของของที่มีอยู่
17 กว่าปีแล้วที่โต๊ะเขียนหนังสือเก่าๆ คร่ำคร่าของผมยังคงอยู่กับผม โต๊ะตัวนี้เป็นโต๊ะตัวแรกที่ผมใช้ทำการบ้านตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน ได้เกรด 4 มาก็หลายตัว เพราะนั่งแก้โจทย์คณิตศาสตร์ แต่งประโยคภาษาไทย วาดรูประบายสีวิชาศิลปะ มันผ่านการย้ายบ้านมาหลายครั้ง ผ่านการอ๊อกมาก็หลายหน
ของบางอย่างเราอาจหลงลืมไปว่ามันไม่มีแล้ว ทั้งที่มันก็อยู่ในตู้ไม้หลังนั้น ในขณะที่ของบางอย่างเราอาจจำมันได้แม่น ทั้งที่เราไม่เคยมี คนเรามักหลงตัวเองจนพลาดบางสิ่งไป
"มีอยู่วันหนึ่งพ่อผมจะเอาโต๊ะตัวนี้ไปทิ้ง ผมบอกพ่อว่า อย่าเอาไปทิ้งนะ ผมรักโต๊ะตัวนี้ ของบางอย่างก็มีความสำคัญกับคนบางคนเท่านั้น ถ้าผมยังไม่ตายพ่อห้ามทิ้งเด็ดขาด!"
แต่หน้าที่ของมันเปลี่ยนไปตามกาลเวลาที่เลยผ่าน ตัวผมโตขึ้นจนไม่สามารถเอาขาสอดเข้าไปใต้โต๊ะตัวนี้ได้อีกแล้ว ตอนนี้มันถูกตั้งเครื่องพลสตชั่นและของเล็กๆ ที่มีน้ำหนักเบาเท่านั้
ผมไม่รู้ว่าในอนาคตโต๊ะตัวใหม่ของผมจะมีหน้าตาเช่นไร แต่ถึงยังไงผมก็จะไม่มีวันลืมหน้าตาชำรุดทรุดโทรมของโต๊ะเขียนหนังสือตัวแรกที่คู่ควรกับผม
"บางทีเงินหรือสิ่งของใหม่ก็ไม่ได้ทำให้เราประทับใจไปมากกว่าความผูกพันที่เรามีต่อสิ่งๆ นั้นหรอกครับ, แก้ม-เดอะสตาร์บอกว่าความผูกพันซื้อความรักไม่ได้ แต่สำหรับผม-โต๊ะตัวนี้มีความรักที่เงินกี่บาทก็ซื้อไม่ได้"
ว่าแต่คุณ..มีโต๊ะที่คุณคิดว่าคู่ควรและมันควรคู่กับคุณแล้วหรือยัง?
,,,, ,,,,
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
Boulevard of Broken Dreams - GREENDAY
ทึ่งมากเลยค่ะที่เก็บรักษาสิ่งของไว้ได้นานขนาดนี้ และถ่ายทอดเรื่องราว เหมือนย้อนไปตอนเป็นเด็กจิงๆ
"ของบางอย่างก็มีความสำคัญกับคนบางคนเท่านั้น ถ้าผมยังไม่ตายพ่อห้ามทิ้งเด็กขาด!"
ชอบประโยคนี้มากที่สุด โต๊ะก็รักพ่อก็รัก ดีจังค่ะ
อากาศเริ่มหนาวอีกแล้ว ดูแลสุขภาพด้วย เขียนเรื่องนี้ได้ดีมากเลยค่ะ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ
#1 By หวานเย็น on 2009-01-07 02:12