พ่อไปสมรภูมิรบ หนูอยู่สมรภูมิรัก
posted on 12 Jan 2009 20:32 by munez30 in walkingdiaryเขาค้อรอรัก/5-7 ธันวาคม 2551/เพชรบูรณ์
ดองทริปนี้ไว้ครบหนึ่งเดือนเต็มพอดี เกรงว่าจะส่งกลิ่นเหม็นตุๆ รอบๆ บริเวณบล็อก เลยกลัวคนที่ผ่านไปผ่านมา ส่งจดหมายไปแจ้งความ ดำเนินคดีกับผม โทษฐานส่งกลิ่นเย้ายวนชวนอ่านไปถึงคนข้างบล็อก ผมกลัวติดคุก! ไม่อยากผ่อนผันด้วย เพราะเงินไม่ค่อยมี! สุดหายใจใส่ปอด ถ้าใครอยู่ห้องธรรมดากรุณาเปิดพัดลมเบอร์ 3, ถ้าใครอยู่ห้องแอร์กรุณาเปิดที่อุณหภูมิ 25 องศา เพื่อความสมบูรณ์แบบในการอ่าน ขอต้อนรับเข้าสู่ลมหนาวที่เขาค้อครับ..

"ผ่านทางหลวงเข้าทางทะลุทะลวงกระเพิ่มกระเพาะ ขึ้นๆลงๆ"

"แวะข้างทางซื้อของกันหน่อย ไปเจอเจ้าหมีพลูหูหักไปข้าง แต่มันก็ยังยิ้มบอกรักเรา"
"ที่ปักหลักของเราในคืนนี้"

"บรรยากาศทางเข้าและบริเวณจุดกางเตนท์"

"อากาศที่นี่หายใจสบายปอดมาก ดูดอกไม้สิสวยด้วยธรรมชาติไร้สารพิษเจือปน"


"ต"ทริปนี้ไปกับเฉพาะเครือญาติ ทั้งหมด 9 คน คือพ่อ แม่ ผม น้องผม พี่นุ้ย น้อยหน่า (สามคนนี้เป็นลูกพี่ลูกน้อง) ลุงเปี๊ยก น้าเพ็ญ, เก๋งหนึ่งคัน+กระบะหนึ่งคัน, ตกดึกก็ทำกับข้าวกินกัน นังคุย ถ่ายรูปกันไป"
"เช้านี้ไม่มีทะเลหมอกมีแต่ทะเลใจ! เสียดายจัง"

"แมวเมากับจิตรกรรมต้นไม้"
"อากาศเย็นยะเยียบเสียดสีผิว มีหมอกบางๆ ละเลียดภูเขา"
"น้องผมชื่อมะปราง"
"แม่ผมกำลังทอดไข่ดาว"
"น้อยหน่ากำลังใส่คอนแทคเลนส์"
"เกือบจะดูดีแล้ว แต่เสือกไม่ใส่เกิบ เหมือนอยู่สวิสเซอร์แลนด์"
"ครอบครัวของลุง"
"น้องกับแม่"
"พี่นุ้ยกับเตย"
"ถ้าผมจะมาพักสัก 100 คืน อายุจะยืนถึง 100 ไหมเนี่ย!"
"ไปต่อกันที่อนุสรณ์ฐานยิงสนับสนุน พิพิธภัณฑ์อาวุธและการสู้รบเขาค้อ"
"ราคาบัตรไม่แพงครับ แค่ 10 บาทเท่านั้น"
"ป้อมปืนใหญ่พระยาตานี (ฟังชื่อแล้วนึกถึงกล้วยตานี!)"
"ปืนกลอะไรสักอย่าง"
"ผมไม่ต้องมองเครื่องบินบนฟ้าให้เมื่อยคอแล้ว"
"เฮลิคอปเตอร์ลำนี้ใบพัดยาวมากๆ"
"รถเกรดอะไรสักอย่าง ผมจำข้อความในป้ายไมได้"



"สภาพความเสียหายยับเยินของพาหนะต่างๆ ที่เคยใช้ต่อสู้จริง"

"มาที่นี่ผมชอบต้นนี้ที่สุด เรียกว่าต้นลำโพง เปิดเพลงจากธรรมชาติให้เราฟัง"

"สองภาพนี้วางเลเอาต์แบบเดียวกัน แต่ให้อารมณ์ต่างกันเนอะ"
"ไปต่อกันที่อนุสาวรีย์เขาค้อรอรัก ทางขึ้นมันส์มาก"
"แวะร้านขายของที่ระลึก ซื้อเสื้อกันหนาวลายแม๊วจากร้านยายมาหนึ่งตัว"

"แล้วก็ซื้อตุ๊กตุ่นตุ๊กตา ฝากเพื่อน, น้องอยากได้ผ้าพันคอเขาค้อ"
"ชักภาพถ่ายว่าได้มาถึงที่นี่แล้วจริงๆ ไม่มั่วนิ่มตัดต่อเอา"
"อยู่บนนี้เห็นทะเลหมอกลงหนาตามากๆ มองไม่เห็นภูเขาเลย"
"แม่กับผม และเสื้อกันหนาวแม๊วของผมที่เพิ่งซื้อมาเมื่อกี้ สวยเนอะ"
"เข้าไปไหว้พระขอพร ข้างในอนุสาวรีย์กันหน่อย"
"และนี่คือชื่อที่มาของเอนทรี่นี้ พ่อไปสมรภูมิรบ หนูอยู่สมรภูมิรัก อ่านแล้วน้ำตาซึม"
กรุณาอ่านลองแบ่งวรรค แบบกลอนแปด แล้วจะได้อารมณ์สุนทรียชีวิตมากขึ้น, ผมเข้าใจชีวิตทหารเลยละ ที่เขาเรียกกันว่า "ทหารคือรั้วของชาติ" มันเป็นยังไง การที่คนคนนึงก็เสียสละเพื่อคนอื่น ทำทุกอย่างเพื่อส่วนรวม มันน่ายกย่องแค่ไหน แม้ในวันนี้รั้วของชาติ จะยังไม่ค่อยแข็งแรง ด้วยเพราะคนชาติเดียวกันเอง ยื้อแย่งแข่งขันกันปีนรั้ว!
"แต่ผมเชื่อว่า..รั้วที่กั้นระหว่างหน้านี่กับความรับผิดชอบของพากเขา จะถูกบันทึกลง ณ ใจกลางดินแดนแห่งนี้ โดยมิมีอะไรมาขวางกั้นความศรัทธาและหยดน้ำตาของผู้อันเป็นที่รัก ณ บ้านหลังนั้น ที่ที่เคยมีครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา มีความอบอุ่น เป็นสมรภูมิรักที่พวกเขาไม่ต้องออกไปรบกับใคร"
แด่..ชายชาติทหารหาญ ที่ผมเป็นอย่างพวกเขาไมได้
,,,, ,,,,
ปล.เสียดายที่กล้องแบตหมด อดเก็บบรรยากาศมาฝากเลย เรายังคงไปต่อกันที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว(มาก)อีกหนึ่งคืน
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
ดอกราตรี - Endorphine

ปล.อิจฉาเฟ้ย สาวๆล้อมหน้าหลัง (ได้ดาวเยอะ เพราะสาวๆนะ จำไว้)
#1 By ZAMMA on 2009-01-12 22:07