ทำ-ฟาร์มรัก-ให้-คน-ตาบอด
posted on 14 Feb 2009 23:23 by munez30 in copywriterlover
หลายวันมาแล้ว ที่ผมนั่งอ่านบล็อกในสัปดาห์แห่งความรัก เดือนที่ตลบอบอวลไปด้วยไออุ่นจากลมหายใจของคนรักกัน หงายคอรดขั้วหัวใจ-หายใจรดต้นคอ เดือนนี้คงพิเศษ และวิเศษสำหรับใครหลายคน ตรงที่ทุกอย่างจะละลานตาไปด้วยสีแดง ห้องหัวใจทุกดวงจะถูกจับจองพื้นที่พักผ่อนให้คลายเหงา
ในเดือนที่สองของปี, เดือนที่มี 28 วัน (everyday) อยู่บนปฏิทินสินค้ายี่ห้อหนึ่ง และทุกๆ สี่ปีจะมีโปรโมชั่นแถมให้อีก 1 วัน (a day) เดือนนี้มีชื่อสั้นแต่เขียนยาวว่าเดือน..
กุม-(มือ)-(ฉัน)-(ไว้)-(แล้ว)-(รัก)-(จะ)-พ(ภ)า-(ให้)-(เรา)-(ผูก)-พัน(ธ์)
รู้ไหมผมจะเขียนอะไรให้อ่าน? ผมเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน..นั่นสิ ผมลงมือเคาะแป้นพิมพ์ทั้งที่หัวไม่ได้กลั่นกรองเรื่องราวใดๆ
เห็นบล็อกไหนๆ ก็อัพเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก แต่สำหรับบล็อกผม ก็อัพมันซะทุกเทศกาลอยู่แล้ว ไม่เว้นวันหยุดราชการ ก็ความรักมันมีวันหยุดได้ซะที่ไหนกันเล่า
ส่วนความคิดถึง ผมเชื่อว่ามันมีวันหยดอายุนะ ไม่ช้าก็เร็ว แต่ความรักมันไม่มีกำหนดเดทไลน์ตายตัว แปะอยู่บนร่างกายของเรานี่ ใครหน้าไหนก็ไม่สามารถตัดสินให้มันตายได้ ถ้าเรามีฉลากที่ผลิตขึ้นเอง ไม่ต้องขึ้นทะเบียนอย. ไม่ต้องผ่านมอก. แค่แปะมันไว้ที่หัวใจ
ข้อความอาจจะประมาณว่า..วันที่ผลิตความรัก – 2 พฤศจิกายน 25xx, วันที่ความรักหมดอายุ – เมื่อวันที่หัวใจหยุดเต้น
ตอนนี้บอกตามตรง สมองเหมือนจะตีบตัน ไอเดียแฟ่บ ฉนวนความคิดด้าน คิดได้เท่านี้จริงๆ เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมออนเอ็มคุยกับเพื่อน มันถามว่า “มึงไปเอาเรื่องอะไรมาจากไหนเยอะแยะว่ะ ถึงเขียนได้มากมายขนาดนี้” ผมก็ตอบมันไปว่า “ชีวิตเรา+คนอื่น+หนังสือ+หนัง+เพลง+ตั๋วรถเมล์+น้ำอัดลม+ขนมขบเคี้ยว+ชิงร้อยชิงล้าน+และทุกอย่าง ฯลฯ” มันถามผมต่อ ว่า "แล้วถ้าวันหนึ่งข้างหน้าจะยังมีเรื่องอะไรให้เขียนอีกไหม? แล้วถ้ามันหลดละ? จะทำยังไง?” ตอนนั้นผมตอบมันไปอย่างมั่นใจว่า “เฮ้ย! ชีวิตนะเว้ย มันไม่หมดกันง่ายๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปากหรอก”
เขียนมาถึงตรงนี้ ผมคิดถึงคำถามที่ว่าอีกครั้ง มันเป็นคำถามที่ดีทีเดียว ตอบได้หลากหลายแง่มุมมาก มีตรรกะและครอบคลุมเรื่องราวของความจริงในชีวิต ผมอยากรู้แล้วล่ะว่า..ถ้าวันหนึ่งผมไม่มีเรื่องอะไรใหเขียนอีกแล้ว มันจะเป็นอย่างไร?
วันนั้น..เมื่อผมตื่นมา ลุกขึ้นส่องกระจก แล้วคงพบว่าหน้าตาตัวเองซูบเซียว เหี่ยวเฉา ไม่มีกะจิตกะใจทำอำอะไร นั่นคือสิ่งแรกที่ผมคิด ไม่นานคำเฉลยก็มาถึง..
ตัดฉากที่ไปโรงพยาบาล วันต่อมา ผมปวดท้องอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังเข้ารับการตรวจแล้ว คุณหมอบอกว่า “ปอดของผมกำลังอักเสบ เพราะมีเมล็ดพืช หลงเข้าไปกระจุกหนึ่ง” ผมสงสัยว่ามันเล็ดลอดเข้าไปตั้งแต่เมื่อไร?
“ถ้ามาช้ากว่านี้อีกหน่อย หมอบอกได้เลยว่า..คุณไม่รอดแน่” เสียงหมอพูดจริงจิงกับผม มันเกิดอะไรขึ้นกับผมเนี่ยครับหมอ แล้วผมจะหายไหม?
หมอพูดต่อ “คุณคงเผลอกินต้นอะไรลงไป แล้วถ่ายออกมาไม่หมด ทำให้เมล็ดของไอ้ต้นที่ว่า คาอยู่ในปอดของคุณ” โหยยย..จริงหรือครับหมอ!
ถัดไปอีก 2 สัปดาห์ หมอนัดผมมาตรวจอีกครั้ง ผลการวินิจฉัยระบุออกมาว่า ผมกิน 'ดอกรัก’ เข้าไป ไอ้ที่หมอบอกว่าผมจะไม่รอด เนื่องจากในปอดของคุณเต็มไปด้วย ‘ต้นรัก’ ขืนปล่อยไว้อีกหน่อย มันคงกลายเป็น ‘ฟาร์มรัก’ แน่ๆ ต้องผ่าตัดเอาออกสถานเดียว
น่าแปลกที่หมอไม่เคยเจอเคสนี้มาก่อนเลย สำนักข่าวจากทั่วโลกประโคมข่าวกันหาว่า ผมเป็นมนุษย์ต่างดาว!
12 วันคือเวลาที่ผมสลบไป หนังจากผ่านการผ่าตัด ผมรู้สึกตัวลืมตาขึ้นช้าๆ ค่อยๆ เปล่งเสียงเบาๆ “คุณพยาบาลครับ..คุณหมอเอา 'ฟาร์มรัก' ของผมไปไว้ที่ไหน?” พยาบาลหันมาทางต้นเสียง "ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ทางเราจัดการดูแลไว้เป็นอย่างดี ในห้องลับชั้น B16”
“ผมขอบริจาคได้ไหมครับ? ให้กับสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ผมอยากมอบเป็น 'ของขวัญ' ให้พวกเขาได้สัมผัสและรับรู้ถึง 'กลิ่นของความรัก' ในวันวาเลนไทน์”
ต่อไป..โลกมืดมิดของพวกเขาคงมี 'เฉดสี' ให้ผลัดกันชื่นชมดมกลิ่น 'ฟาร์มรัก' แปลงนั้น..
,,,, ,,,,
แด่..วันแห่งความรัก, "ผมเชื่อว่า 'ความรัก' ไมได้ทำให้คน 'ตาบอด'..!!"
,,,, ,,,,
ปล.ปฏิทิน-ปริญญา วันที่ 13-14 ซ้อมย่อย, 16 ไปงานเลี้ยงบัณฑิตที่โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย, 17 ซ้อมใหญ่, 19 รับจริง ณ สวนอัมพร..ครับพี่น้อง
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
ทราย-สายลมที่หวังดี - Sai
เขียนดีอีกแล้ว ชอบบรรทัดนี้อะ

#1 By ณ on 2009-02-15 00:00