ประติมากรรมชีวิต
posted on 07 Mar 2009 23:27 by munez30 in copywriterlover
ตอนเด็กๆ ผมเป็นคนขี้อายมากครับ เรียกได้ว่าอายทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะที่โรงเรียน ทุกครั้งที่คุณครูเรียกให้ออกไปอ่านอะไรหน้าห้อง อย่างตอนเข้าแถวผมจะยัดเยียดตัวเอง เบียดกับเพื่อนข้างๆ ก็ไม่รู้ทำไมถึงได้อายอะไรที่ไม่สมควรอายขาดนั้น โตขึ้นเลยย้อนคิดกลับไป คนที่ต้องอายน่าจะเป็นคนที่ทำอะไรผิดแผกแปลกแยกจากคนอื่นมากกว่า
เมื่อไม่นานมานี้ มีสิ่งต่างๆ เกินขึ้นกับผมมากมายทั้งร้ายและดี ก็ได้แต่ภาวนาไหว้พระขอพรให้แคล้วคลาดปลอดภัย, ว่ากันว่ามรสุมรุมเร้าดานเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงของประเทศ ไม่วายสร้างความบั่นทอนต่อสภาพจิตใจ แต่มันทำอะไรคนที่ชื่อ "ชายน้อย" ไม่ได้
ใช่แล้วครับ, ชายน้อยที่ผมว่าก็คือคนเดียวกับที่ออกรายการคนค้นคนที่ผ่านมา ตลอดเวลาที่ผมนั่งดู ทั้งคำพูดของพี่เช็ค-สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ พิธีกรดำเนินรายการที่ผมปลื้ม ในความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริงของพี่เขา และวิถีชีวิตของชายน้อย ที่ลงมือลงแรงปลูกต้นกล้าชีวิตด้วยใจ และหากินเลี้ยงปากท้องตัวเองด้วยกาย จากอาชีพพ่อค้าขายผักที่ตลาดนัด ความพิกลพิการของชายน้อย ไม่ได้ผลักภาระให้สังคมดูแล ชายน้อยเลือกที่จะรักษาดูแลชีวิตและหัวใจของตัวเอง
เชื่อไหมครับ, รายการค่อยๆ ทำหน้าที่ไป หัวใจผมค่อยๆ เต้นแรงตาม เป็นจังหวะสม่ำเสมอจนจบรายการ พร้อมกับน้ำตาที่ซึมทะลักออกมาโดยที่ผมไม่รู้ตัว ในหัวสมองตอนนั้นผมคิดถึงการมีตัวตนอยู่ในสังคมแบบมีคุณค่า ที่คนหนึ่งคนพึงกระทำ
"ว่าไปแล้วชีวิตก็คงไม่ต่างกับประติมากรรมสักชิ้น ที่ศิลปินละเลงสีสัน แต่งแต้มวัสดุอุปกรณ์อะไรลงไป ต่อให้มันสวยสดงดงามแค่ไหน เราก็ประเมินค่าให้มันต่างกันไป"
ชายน้อยไม่เคยหลงตัวเองว่ากูนี่ยิ่งใหญ่ ด้วยรู้ว่าตัวเองทำอะไรได้มาก-น้อยแค่ไหน ชายน้อยไม่เคยรับปริญญา แต่กลับสอนให้ผมรู้จักความกล้าที่จะใช้ชีวิต ชายน้อยกับพี่เช็ค เป็นคนละคนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองคนมีเหมือนกันคือ "การเยียวยาชีวิตผู้อื่นและการไม่ดูถูกชีวิตตัวเอง"
เราหลงลืมความสำคัญของสิ่งสำคัญ กันไปทีละเล็กละน้อย เพราะเราติดอยู่กับกรอบเดิมๆ ที่ถูกคนอื่นเสี้ยมสอนให้ต้องเป็นแบบนั้น ให้ต้องทำแบบนี้ ถ้าชีวิตไม่มีกรอบมาครอบไว้ โอกาสที่เราจะหลีกหนีกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ ก็คงจะพอเห็นแสงรำไร
ถึงวันนี้ผมเรียนจบแล้ว แต่ชีวิตชายพิการคนหนึ่ง กับกระชากความคิดผมให้เตลิดตาม เราไม่ควรอายในสิ่งที่เราเป็น ถ้าเราไม่ได้สร้างความเดือนร้อนให้ใคร เราไม่ควรอายในสิ่งที่เราทำ ถ้ามันเป็นอาชีพที่สุจริตและไม่ได้แบมือขอใครกิน
มาถึงตอนนี้ ผมว่าผมจะไม่เขินอายหรือรู่สึกวิตกกังวลกับอะไรมากเกินไป, พี่โหน่ง-วงศ์ทนง ชัยณรงสิงห์ เคยกล่าวไว้ว่า "ชีวิตมีไว้ใช้ อย่าให้มันมาใช้เรา" อ่านแล้วก็รุ้สึกมีพลังและเข้าใจความหมายถึงการมีอยู่ของชีวิต ในมุมมองที่ลงลึกขึ้น
"คนอย่างชายน้อย เขาใช้ชีวิตเท่าที่จะพอมีให้ใช้ ในกรอบที่โลกใบนี้สร้างขึ้นมา แต่เขาก็ไม่เคยเอาชีวิตไปทิ้งขว้างให้อายใคร"
ชีวิตไม่ใช่การเสี่ยงที่จะพนันขันต่อกัน ชีวิตไม่ใช่ของเล่นแค่เบื่อก็ซื้อใหม่ เพราะชีวิตไม่มีอะไหล่ขายเหมือนร้านมอไซต์ ชีวิตมีคุณค่ามากกว่าที่คุณจะไปฆ่ามัน
สิ่งที่ผมกลัวที่สุดไม่ใช่โลกแตก-คนแดกเมือง แต่เป็นสองเรื่องใหญ่ๆ, หนึ่ง-กลัวว่าจะไมได้ใช้ชีวิตในทางที่มันควรจะเป็น, สอง-บางทีชีวิตผมอาจสั้นเกินไปจนไม่มีคำว่าพรุ่งนี้..
,,,, ,,,,
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
ศรัทธา - หินเหล็กไฟ

อึก
บางทีความคิดของเราก็ตันเหมือนเส้นผมบังภูเขาเลยนะคะ
และพอได้อะไรมาปัดเส้นผมนั้นไป เราก็สามารถเห็นภูเขานั้นได้ชัดเจน
ทุกสิ่งที่รายรอบตัวเราสามารถให้มุมมองการดำเนินชีวิตแก่เราได้เท่าๆ กัน เพียงแค่เราหยุดพิจารณาเท่านั้นเอง
#1 By ~ N ~ on 2009-03-08 00:14