สาส์นศาสตร์
posted on 23 Mar 2009 15:06 by munez30 in inspirelibrary
โลกของเรานั้นถูกบรรจุอัดแน่นไปด้วยคน และคนเหล่านั้นก็ถูกกรอบของเงื่อนไขในสังคมเกี่ยวโยงผูกกัน มาตั้งแต่ปู่ตาย่าทวด ไม่มีใครยกมือชี้นิ้วเจาะจงเป้าหมายของสถานที่ ‘กำเนิด’ และพุ่งดิ่งตรงลงมา ‘เกิด’ ได้ (ถ้ามีก็เห็นจะเป็นแต่ในการ์ตูน)
หลังจากดำผุดดำว่ายสร้างอาการ ‘คัน’ อยู่ใน ‘ครรภ์’ มารดาได้เก้าเดือน มนุษย์ชายหญิงมากมายที่ชดใช้เวร-กรรมจบสิ้นแล้ว ก็โผล่ออกมาอ้าปากร้องโหเสียงดังลั่นโรงพยาบาล รอคอยการเช็คให้แน่ใจว่ากรรมที่เคยก่อ จะตามมาราวี ทำให้พิกลพิการหรือไม่?
ไม่นาน, ก็ต้องเดินทางเข้าสู่ ‘วัฏจักร’ ของชีวิต-อีกครั้ง โดยสิ่งแรกเลยที่ต้องทำคือเล่าเรียนหนังสือ แต่คนทั้งโลกก็ ‘เรียน’ ไม่เหมือนกัน สาเหตุเพราะประเทศนั้นๆ ตั้งถิ่นฐานอยู่ในทำเลที่ห่างไกลกัน
โดยวิชาแรกที่บังคับเรียนคือ ‘ภาษาศาสตร์’
ว่ากันง่ายๆ ภาษาก็คือ การสื่อสารอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยวิธีการใดก็ตาม ของชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จากนั้นก็พัฒนาไปสู่กลุ่มอื่นๆ โดยวิธีใดก็ตาม ให้เกิด ‘ความเข้าใจ’ ต่อการสื่อสารเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น วิชาหลักนิเทศศาสตร์ มีสูตรหนึ่งตายตัว ที่ไม่ต้องบวกลบคุณหารหรือยกกำลังให้เมื่อยแขน หลักการของมันประกอบไปด้วย ผู้ส่งสาร(สมมติว่าเป็นเรา)-สาร(สมมติว่าเป็นภาษาไทย)-ช่องทางการส่งสาร(สมมติว่าเป็นอินเตอร์เน็ต)-ผู้รับสาร(สมมติว่าเป็นคุณผู้อ่าน) โดยที่ผมจะต้องทำยังไงก็ได้ที่จะ ‘สื่อสาร’ กับคุณผู้อ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุ ‘เป้าหมาย’ ของสารสื่อสารให้ได้
แต่หารู้ไม่ว่าผมสามารถส่งสารให้คนได้ประมาณ หกสิบล้านคนเท่าจำนวนของประชากรในประเทศ แต่นั่นก็ไมได้มีสิ่งที่จะยืนยันได้ว่า ‘สาร’ ที่ส่งไปจะทำให้คนทั้งหมดเข้าใจได้ตรงกัน
ปัญหาที่ดูจะใหญ่และสาหัสที่สุดของ ‘ภาษา’ ที่ต่างกันของคนทั้งโลกคือ จำนวนของคนที่พูดภาษานั้นๆ มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่
จีน 1,080,000,000, ฮินดี 370,000,000, สเปน 350,000,000, อังกฤษ 340,000,000, อาหรับ 206,000,000, โปรตุเกส 203,000,000, เบงกาลี 196,000,000, รัสเซีย 145,000,000, ญี่ปุ่น 126,000,000, ปัญจาบ 126,000,000 (สังเกตุว่าคนญี่ปุ่นมีประชากรน้อยกว่าเราหลายเท่า แต่ที่คนพูดภาษาญี่ปุ่นได้หลายเท่าตัว! ซึ่งไม่รู้ว่าภาษาไทยหล่นไปอยู่อันดับที่เท่าไร?)
ทีนี้เรามาดูกันว่ามีภาษาหน้าตาแปลกๆ อยู่บนโลกใบนี้เหมือนกัน เช่น
ภาษากวาตาบาอิก, ภาษาโคกูรยอ, ภาษาจ้วง, ภาษาฉัตตีสครีห์, ภาษาชาวาคาโน, ภาษาซูริเกานอน, ภาษาญัฮกุ้ร, ภาษาด๊ากกัง, ภาษาตุรกีกากาอุซบอลข่าน, ภาษาทอคพีซิน, ภาษานัรพู, ภาษาบราฮุย, ภาษาปวก, ภาษาผู้น้อย, ภาษาพรัช, ภาษาฟาตาลูกู, ภาษามารีเวเลโญ, ภาษาแย็ฮ, ภาษาริปัวเรียน, ภาษาลาฮูเหลือง, ภาษาวาซิ-วารี, ภาษาโสวรัสตระ, ภาษาหวู่, ภาษาอูรักลาโอ้ย, ภาษาฮะรัก
เป็นยังไงบ้างครับ แต่ละชื่ออ่านไปขำไป ไม่นึกว่าจะมีอยู่จริง คนเรานี่ช่างคิดเหลือเกิน
แต่รู้ไหมครับ, ภาษาทุกชนชาติ ล้วนมีการดำรงอยู่ของมัน มีการเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งตลอดเวลา มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงไปกับเวลา และสุดท้ายก็ตาย!
ตายจริงๆ ครับ ผมไม่ได้ล้อเล่น เมื่อภาษาใดที่ยุดการพัฒนาจะถูกจัดให้เป็น ‘ภาษาตาย’ ส่วนภาษาที่ยังคงมีสถานะเคลื่อนไหวอยู่ ถือว่าเป็น ‘ภาษาที่ยังมีชิวิต’
,,,, ,,,,
"เฆีญณมาฑึงฏลงณี้ ผมเรญขรุ่นฆิตไฎ้ว่า ‘พาศา’ ญังมีรมหาญใจ, แร้วชีวิดฆองเลาร่ะ จะหาญใจไปไฎ้ซักกี่ ‘ฐัวอักสอน’ กัน"
(อ่านออกไหม? ถ้าอ่านออกแสดงว่า 'ภาษาที่ผมเขียนยังมีชีวิต' แต่บางทีการเขียนภาษาไทยตัวใหญ่ท่วมหัว ก็ไม่สามารถทำให้คนที่ผ่านไปผ่านมาอ่านออกได้ นั่นหมายความว่า 'สารชิ้นนั่นล้มเหลวไม่เป็นท่า' แล้วจะโทษใคร? คนส่งสาร-ผิด, หรือสาร-ผิด, หรือคนรับสาร-ผิด, กันแน่!)
('หวังว่าคงเข้าใจ ‘สาส์น’ ที่ผมส่ง ‘สาร’ ไปให้ในวันนี้นะครับ, ขอบคุณย์ล่วงหน้า ขอตัว 'โดยสาร' กลับบ้านก่อน)
,,,, ,,,,
ขอบคุณข้อมูลชื่อภาษาจาก วิกิพีเดีย ครับ :)
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
พออ่านได้อยู่

#1 By ลูกคนโตเอง on 2009-03-23 20:16