ความผิดพลาด
posted on 14 May 2009 23:21 by munez30 in memoriesremind1.
ฝนตกโปรยปราย ผ่อนจังหวะหนัก-เบา เหมือนเครื่องยนต์ตลอดทั้งวันทั้งคืน
เสียงลมฟ้าลมฝนมันทำให้ผมนอนกึ่งหลับกึ่งตื่นในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา พลิกตัวซ้ายที-ขว่าที เพื่อพยายามข่มตาให้ลง แต่จนแล้วจนรอดเสียงฝนก็กล่อมผมให้หลับไหลกึ่งจริงกึ่งฝันลงจนได้
เมื่อเช้าผมตื่นมาชงกาแฟกิน กดน้ำร้อนรินใส่ในแก้วสีแดงใบโปรดใบเดิม พร้อมกับอัพเดทข่าวและผลกีฬาประจำวันกับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ผมชอบดูช่วงกีฬาเป็นพิเศษกว่าช่วงอื่น เพราะว่าผมจะได้ฟังเสียงคุณเอกราช เก่งทุกทาง บรรยายถึงผลการแข่งขันของกีฬาในคืนที่ผ่านมา น้ำเสียงของคุณเอกราชนั้นนุ่ม กระชุ่มกระชวย มีน้ำหนักและจังหวะจะโคน ถึงแม้ว่าหน้าตาแกจะดูละม้ายคล้ายคลึงกับคุณโชเล่ ดอกกระโดนก็เหอะ
วันนี้ผมใส่กางเกงยีนตัวเดิม เสื้อสีชมพูมีรูปผู้ชายกำลังเตะฟุตบอล ถุงเท้าสีดำ สะพายกระเป๋าสีเขียว หยิบหมวกกันน็อคสีแดง เตรียมพร้อมที่จะออกจากบ้าน แต่ทันใดนั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ฝนตก!
ไม่ตกธรรมดาซะด้วย แต่เล่นตกถล่มทลายอย่างบ้าคลั่ง เหมือนว่าเมื่อคืนเมฆไปกินยาบ้าผสมเหล้าขาวอย่างไงอย่างงั้น บรรยากาศตอนนั้นน่าเปลี่ยนชุดนอนแล้วกลับขึ้นไปบนห้องเป็นที่สุด แต่อยู่ๆ ในเวลานั้นผมก็เกิด 'คิดถึง' อะไรบางอย่างขึ้นมา ใช่ อะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับ 'ฝน'
2.
ย้อนกลับไปเมื่อผมยังเรียนอยู่ม.4 มีอยู่วันหนึ่งหลังเลิกเรียนเสร็จผมก็ไปร้านเกมกับเพื่อน นั่งเล่นกันอยู่จนมืดค่ำ แล้วอยู่ดีๆ เพื่อนผมก็มีปากเสียงกับเจ้าของร้าน เรื่องอะไรสักอย่างผมจำไมได้แล้ว หลังจากนั้นผมกับเพื่อนก็พากันออกมาจากร้าน แต่ดูสีหน้าท่าทางเพื่อนผมไม่พอใจเป็นอย่างมาก เราสองคนเดินกลับบ้านทางเดียวกัน ระหว่างนั้นมีรถเก๋งคันนึงจอดอยู่ไม่ไกลจากร้าน เพื่อนบอกว่าเป็นรถเจ้าของร้าน แล้วสบถเสียงดังว่า 'รถมึงเละแน่!'
ทันใดนั้นก้อนหินขนาดหนึ่งมือกำ ก็ถูกเพื่อนผมทุบลงไปที่ไฟ้ท้ายด้านหลังทั้งสองข้าง แล้วค่ำเอื้อนเอ่ยชักชวนของเพื่อนก็ตามมา 'มึงยืนนิ่งทำห่าอะไรว่ะ ไปหาก้อนหินมาขูดข้างรถมันดิ!' ด้วยความประหม่าและใจเร็ว ในที่สุดผมก็ลงมือทำด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
บรรยากาศในตอนนั้นผมยังจำได้ดี ฝนพรำลงมาไม่ขาดสาย
เย็นของวันถัดมา หลังจากเลิกเรียนผมเดินกลับบ้านตามปกติ แต่แล้วที่บ้านผมมีแขกมาหาถึงสองคน หนึ่งในนั้นคือเจ้าของร้านเกมที่ผมไปเล่น และคนที่สองคือ-ตำรวจ!
เหว๋อแดก! คืออาการที่เกิดขึ้นกับผมในวินาทีนั้น
ในวันที่เรา-ผมกับเพื่อนได้ลงมือทำร้ายข้าวของผู้อื่นเสียหายโดยเจตตนานั้น หารู้ไม่ว่ามีคนแอบดูเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ผมก้มหน้ายอมรับสารภาพด้วยความโง่เขลาเต่าตุ่นในสิ่งที่ทำ
เจ้าของร้านไม่อยากเอาเรื่องด้วยเห็นว่าผมยังเรียนอยู่และอีกอย่างก็รู้จักกับพ่อผมด้วย จึงให้ชดใช้ค่าเสียหาย โดยหารครึ่งกับเพื่อนของผม ทำเอาพ่อผมหัวเสียยกใหญ่
วันถัดมาพ่อซื้อพวงมาลัยมาให้ผม แล้วบอกว่าให้ผมไปกล่าวขอขมาลาโทษกับเจ้าของร้าน ที่เค้าไม่แจ้งตำรวจจับก็บุญแล้ว! (มารู้ทีหลังว่าตำรวจที่มาด้วยคือเพื่อนของเจ้าของร้านเอง)
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมไม่ได้คุยกับแม่อยู่หลายวัน พ่อบอกว่าหลังจากที่แม่รู้ข่าว แม่ก็ร้องให้โห รับไม่ได้กับการกระทำของผม แม่พูดมาคำนึงว่า 'นี่ลูกกูเป็นเด็กแบบนี้ไปแล้วหรอ' คนที่ปลอบประโลมแม่ก็คงเห็นจะมีแต่พ่อคนเดียว พ่อที่ไม่เคยดุด่าว่ากล่าวผมเลยกับเหตุการณ์ที่ว่า แต่กลับพูดแค่ว่า 'จำไว้เป็นประสบการณ์นะลูก'
น้ำตาที่แม่ต้องเสียให้ผมในครั้งนั้น มันทำให้ผมเจ็บช้ำน้ำใจมาจนถึงวันนี้ เพราะมันเป็นน้ำตาของคนที่รักผมที่สุด
ความผิดพลาดครั้งนั้นเป็น 'บทเรียน' สำคัญที่สอนให้ผม 'เรียนรู้' ถึงการทำความผิด ด้วยความประมาทเลินเล่อของตัวเอง และจนถึงวันนี้ผมก็พยายามแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด ให้ความผิดเป็น 'ครู' ที่สั่งสอนให้ผมหลาบจำว่าผมจะไม่ทำให้คนที่ผมรักมากที่สุดต้อง 'เสียใจ' อีกครั้ง
3.
ฝนเริ่มซ่างซา เมฆเริ่มคลายแสง ผมคว้าคลิกสีขาว-เทาคันเก่งบึ่งออกจากบ้าน ตลอดทางวันนี้รถเยอะเป็นพิเศษและติดขัดมาก โดยเฉพาะกลางสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินที่แน่นขนัด
ผมเปิดกระจกหมวกกันน็อคออกจนสุด สูดหายใจเข้าเต็มปอด แล้วมองขึ้นไปข้างบน คิดในใจว่า 'ฝน' มันคงไม่ 'ตก' อีกระลอกหรอก
ก็แหม แหงนคอดูสิ ท้องฟ้าตอนนี้มันเปิดกว้างจะตายไป!
,,,, ,,,,
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..
ชอบบทความนี้มากมายคะ

มีเรื่องให้เรียนรู้อีกเยอะเนอะ
...
เปิดใจให้กว้างเหมือนท้องฟ้านะคะ
#1 By caffeineaddict on 2009-05-14 23:34