สาเหตุที่จิ้กจกทักที่หลายคนอาจยังไม่รู้
posted on 15 Jul 2009 17:57 by munez30 in copywriterloverคำเตือน: บทความนี้เขียนด้วยความเชื่อส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ปี พ.ศ. 2552 แล้วนะครับ คนไทยยังพนมมือไหว้จิ้งจกอยู่เลย
แต่ไหงดันมือไม้แข็ง ไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งยกมือไหว้ ‘พ่อและแม่’ ของตัวเอง
ที่พูดมานี่ไม่ใช่อะไร เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าผมไปอ่านเจอบทความนึงที่เกี่ยวกับความเชื่อ ของคนไทยมันคือ “TOP 10 สิ่งที่ไม่ควรค่าแก่การกราบไหว้บูชาในประเทศไทย”
บรรดาสัตว์หรือสิ่งที่ถูกกล่าวถึงในนั้นมันเลยกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาโดนพลัน ทั้งนี้เพราะชาวบ้านไทยมีสิ่งที่ไม่เหมือนชาวโลกอยู่อย่าง (นอกจากชอบเนรคุณบิดามารดาผู้ให้กำเนิด) คือชอบนับถือและบูชาสัตว์ประหลาด!!
ยกตัวอย่าง ถึงความประหลาดของเจ้าจิ้งจกตัวนี้ คือมันดันมีสีแดงไปทั้งตัว แถมไม่ใช่แดงธรรมดา แถวบ้านผมเรียกว่า ‘แดงโบ๊ง’ เลยทีเดียว
ตามความเข้าใจส่วนตัว มันคงเป็นจิ้งจกที่รักในประชาธิปไตยอย่างรุนแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ถึงแม้ว่าประชาธิปไตยแท้จริงไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2475 โน่นแล้ว
แท้จริงแล้ว บทพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์บ่งบอกได้ว่า สัตว์พวกนี้แค่ ‘พิการ’ คือมีความบกพร่องทางพันธุกรรมนะครับ ซึ่งประเทศที่เจริญแล้วเขาคงเกิดความ ‘สงสาร’ มากกว่าน่ากราบไว้บูชา
ผมเคยอ่านหนังสืออยุ่เล่มนึง ใครเขียนจำไมได้แล้ว มันคือเรื่องกี่เกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ แอปเปิ้ลที่นั่นออกลูกมาโดยมีแหวนเพชรโผล่ออกมาจากผลของมันครับ!!
ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่เมืองไทย คุณคิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น? ติ๊กต๊อกๆๆ
ถูกต้องนะครับ! แอปเปิ้ลต้นนั้นจะถูกชาวบ้านจุดธูปกราบไหว้บูชาทั้งวันทั้งคืน ผ้าแพรหลายสีจะถูกผูกไว้รอบลำต้น ส่วนผลแอปเปิ้ลที่มีแหวนเพชรนั้นจะต้องถูกครอบด้วยกล่องแก้วเลี่ยมทอง ก่อนเชิญขึ้นไปวางไว้ที่หิ้งในวัด หรือ นำมาโชว์ตามรายการต่างๆ
โถ..พ่อคุณกลายเป็นแอปเปิ้ลนางโชว์ไปซะงั้น
ข่าวหน้าหนึ่งก็จะต้องพาดหัวตัวเบ้อเร่มว่า “พบแอปเปิ้ลออกลูกเป็นเพชร ชาวบ้านตื่นตะลึง เร่ขอหวยมืดฟ้ามัวดิน”
น่าเสียดายที่มันไมได้เกิดขึ้นที่บ้านเรา แทนที่ประเทศเขาจะประโคมข่าวว่ามันคือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ดังเช่นที่เห็น แต่เข้ากลับทำ ‘สกู๊ปพิเศษ’ โดยวิเคราะห์ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ว่า เหตุไฉนต้นอปเปิ้ลถึงออกลูกมาพร้อมแหวนเพชร ก่อนการทดลองจะถูกค้นพบว่า
- อันดับแรกคงมีคนทำแหวนเพชรหล่นไว้ในสวนแอปเปิ้ล
- หลังจากนั้นนกขี้ใส่ลงมาในบริเวณที่แหวนตกอยุ่พอดิบพอดี
- ซึ่งในขี้นกมีเมล็ดแอปเปิ้ล จากนั้นมันก็ค่อยๆ เจริญพันธ์ขึ้นตามลำดับ
- แหวนเพชรนั้นถูกกลืนเข้าไปอยู่ในลำต้น ไหลออกทางกิ่งก้าน ก่อนจะขับออกมาทางผล
เห็นไหมครับว่าเขาไม่สอนให้คนงมงาย แถมยังสอนให้คนใช้ความคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผล เหมือนที่พระพุทธเจ้าได้เคยสั่งสอนไว้ในเรื่องของกรรมว่า “ใครทำกรรมอะไรก็ย่อมได้รับกรรมเช่นนั้น บาปเวรทุกอย่างล้วนมีเหตุผลเชื่อมถึงการกระทำ”
ถ้าชาวบ้านอย่างเราๆ มีความคิดแบบนี้ก็จะไม่ถูกใครหลอกเอาง่ายๆ โดยอาศัยความใส่ซื่อบริสุทธิ์เพื่อตักตวงผลประโยชน์เข้าตนเอง
ยกตัวอย่าง การหาเสียงของนักการเมืองไทยกับอังกฤษนะครับ
ที่เมืองไทย เมื่อถึงฤดูกาลหาเสียง นักการเมืองอยากได้คะแนนเสียงเยอะๆ พวกเขาจะเดินทางไปร่วมงานศพ หรือ งานบวชของชาวบ้านบ่อยๆ รับรองว่าผู้สมัครสส. ทางนั้นคงได้รับคะแนนเลือกตั้งท่วมท้น เพราะคนไทยยึดถือเรื่องบุญคุณเป็นสำคัญ เมื่อท่านอุตส่าห์มาช่วยเรา เราจึงตอบแทนท่านอย่างสาสมด้วยการลงคะแนนเสียงให้
แต่ชาวบ้านที่อังกฤษไม่คิดแบบนั้น!
เพราะถ้าคุณเดินทางไปช่วยงานศพหรืองานบวช เขาจะไม่ตอบแทนด้วยการลงคะแนนเสียงให้ แต่เขาจะตอบแทนคุณด้วยการรอให้พ่อแม่หรือโตครเหง้าศักราชของคุณตายเสียก่อน หรือไม่ก็รอจนกว่าลูกคุณจะบวช แล้วค่อยเดินทางไปช่วยเหล่านั้น
นี่แหละที่ผมคิดว่า คือการตอบแทนบุญคุณที่แฟร์ที่สุด ไม่รู้ทำไมคนไทยไม่คิดแบบนี้บ้าง
กลับมาที่เรื่องของเรากันบ้าง ถามว่าคนไทยนิยมกราบไหว้บูชา ‘สิ่งเหล่านี้’ ไปเพื่ออะไร?
เหตุผลตัวแม่ข้อเดียวเลยครับ สั้นๆ ง่ายๆ คืออยากรวยโดยไม่ต้องออกแรง
สรุปไปเลยครับว่า แม้ชาวบ้านไทยจะ ‘บอดี้แสลม (งมงาย!)’ แถมชอบนับถือ ’อภิชาตพงศ์ (สัตว์ประหลาด!)’ อย่างเข้าตับไตใส้พุง หารู้ไม่ว่าพวกฝรั่งมันเสียน้ำลายหัวเราะเยอะไปตั้งเท่าไรแล้ว แต่คนไทยก็ยังฉลาดก่วาคนชาติใดในโลกนะครับ
เพราะในขณะที่ชาวบ้านแถบลอนดอนอายมัวแต่หาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสะสางว่าแอปเปิ้ลออกลูกเป็นแหวนเพชรได้ยังไง ชาวบางกอกเขาเร่งรัดพัฒนาผลการทดลองนี้ล้ำหน้าไปแล้วด้วยการ ‘ขอหวย’ มันซะเลย
ส่วนเจ้าจิ้งจกสีแดงตัวที่ว่า แทนที่จะไปเสียเวลาค้นหาคำตอบอย่างที่เขาทำ ป่าวเลย ป่านนี้มันถูกจับไปขังไว้ในตู้กระจกเรียบร้อยแล้ว แถมมีผ้าแพรผูกเพิ่มความขลังให้อีก เพื่อสถาปนาให้มันเป็น ‘เจ้าพ่อจิ้งจก’ โดยเปิดโอกาสให้ช่าวบ้านผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ละแวกไกล้ไกล เข้ามาชื่นชมกับพลังความศักดิ์สิทธิ์นี้ ก่อนที่มันจะเปลี่ยนสีกลับไปเป็น ‘จิ้งจกธรรมดาระดับสามัญชน’ เสียก่อน
เวลานี้รูปร่างหน้าตาของมันถูกตีความเป็นเลขท้าย 2 หรือ 3 ตัว เช่นเดียวกับเสียงร้อง ‘จุ๊ๆๆ’ บอกจำนวนครั้งของตัวเลข ทีหน้าทีหลัง ก่อนจะออกจากบ้าน ถ้าให้ยินเสียงจิ้งจกร้องเมื่อไร อย่าคิดว่ามันทักนะครับ บางทีมันอาจจะใบ้หวยอยู่ก็ได้
คิดดู ฝรั่งในประเทศที่เจริญแล้วมันยังคิดไม่ได้ขนาดนี้เลยนะครับ.... ....
"จอมยุทธ์มีกระบี่อยู่ที่ใจ แต่ฆราวาสนั้นไซร้ ใช้ศรัทธาเป็นสิ่งค้ำจุน"
,,,, ,,,,
ปล. ผมเชื่อว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ 'ถูกหรือผิด' มีแต่ 'ควรหรือไม่ควร' ต่างหาก ;)
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..

ขอบคุณครับ
#1 By HikU_RE on 2009-07-15 18:36