80 ความจริงบนถนนข้าวสาร
posted on 20 Jul 2009 15:32 by munez30 in copywriterloverให้เสียงภาษาไทย (และภาษาอังกฤษนิดๆ หน่อยๆ) โดย เด็กชายหมายเลข 30
1. ถนนข้าวสารถูกสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2435 ในสมัยรัชกาลที่ 5
2. โดยมีความยาวทั้งหมดประมาณ 340 เมตรเท่านั้น
3. ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 6 กลายเป็นแหล่งค้าขายข้าวสารที่ใหญ่ที่สุดในเขตพระนคร
4. หลังจากนั้นบ้านเรือนก็เริ่มขยับขยาย มีร้านรวงขายของมากขึ้น
5. ของเล่นที่ขายลำดับแรกของที่นี่คือลูกข่าง
6. ของกินลำดับแรกที่ขึ้นชื่อคือก๋วยเตี๋ยวเรือ
7. ตามมาด้วยร้าน ส.ธรรมภักดี ซึ่งขายเครื่องสังฆภัณฑ์
8. ธุรกิจที่พักที่แรกคือโรงแรมบอนนี่ซึ่งมีแค่ 6 ห้องนอนให้บริการ
9. ไม่นานที่นี่กลายเป็นย่านบันเทิงราตรีแห่งใหม่ของกรุงเทพ
10. ราคาเกสเฮาส์ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 250 จนไปถึงหลายพันบาทต่อคืน
11. ในช่วงแรกเป็นที่พักของนักข่าวที่มาทำข่าวงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี
12. ต่อมานักท่องเที่ยวเริ่มรู้จักจึงเดินทางเข้ามาอยู่อาศัยในบริเวณนี้
13. นักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักที่เกสเฮ้าส์ที่นี่ยังช่วยสอนภาษาอังกฤษให้กับเจ้าของด้วย
14. ว่ากันว่าสงกรานต์ที่นี่มันส์ที่สุดในโลก เปียกน้ำ-อาบเลือดกันทุกปี
15. ถ้าคุณเดินตั้งแต่ปากซอยจนถึงท้ายซอยจะพบความนานาชาติทุกตารางนิ้ว
16. คนยุโรปเป็นคนขี้ร้อนชอบใส่กางเกงเลคู่กับรองเท้าแตะ
17. ส่วนคนญี่ปุ่นก็ชอบย้อมผมสีแดงแปร๊ดและสวมใส่รองเท้าผ้าใบ
18. นักท่องเที่ยวผู้หญิงมักจะถักผมเปียแทบทุกคนและชอบใส้เสื้อสายเดี่ยว
19. จะมีโต๊ะรับทำบัตรประจำตัวนักเรียนปลอมตั้งกระจายไปทั่ว
20. ในระดับโลกที่นี่คือจุดพักผ่อนที่ไม่น่าพลาดของยอดนักแบกเป้
21. ในระดับเอเชียภูมิภาคที่นี่คือศูนย์กลางการเดินทางในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
22. เส้นทางสายแพนเค้ก (Banana Pancake Tral) คือชื่อที่ฝรั่งเรียกขานย่านนี้
23. เพราะมันเป็นอาหารเช้ายอดฮิตที่แบ็คแพ็คคนส่วนใหญ่กินกัน
24. ที่นี่มีทุกอย่างแบบ one stop service รองรับนักท่องเที่ยวทุกเชื้อชาติ
25. ถนนข้าวสารเป็นจุดตั้งหลักเพราะจะไปไหนต่อก็สามารถหาซื้อตั๋วได้ทันที
26. จึงไม่แปลกถ้าจะพบใครที่อินโด เวียนนาม ลาว แล้วจะมาพบกันอีกคราวที่ข้าวสาร
27. ที่นี่มีการเพ้นต์เฮนน่า กิจกรรมนำเข้าจากอินเดียไม่ต่ำกว่า 30 ร้าน
28. สินค้าที่ภูมิใจในย่านนีคือเสื้อยืด ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ล้อเลียนแบรนด์ดังเท่ๆ กวนๆ
29. เทศกิจเดินมาเมื่อไร พ่อค้าแม่ค้าจะเข็นรถหลบเข้าไปในตรอกเล็กๆ อย่างเร็วรี่
30. เครื่องเงิน คือธุรกิจที่ทำเงินสูงที่สุด จนได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘Silver Road’
31. ที่นี่คือศูนย์รวมเครื่องเงินราคาส่งทั้งในและต่างประเทศ ทั้งตางหู กำไล สร้อยคอ
32. แบ็คแพ็คเกอร์ชอบมาตัดสูทกลับไปใส่ไปบ้านเขาเนื่องจากสนนราคาที่ถูกกว่า
33. บางร้านถึงขนาดจ้างแขกให้มายืนเรียกแขกอยู่กลางถนนเลยทีเดียว
34. คนอิสราเอลได้ชื่อว่าเป็นชาติที่ชอบต่อราคาสินค้าและเรื่องมากจู้จี้จุกจิกที่สุด
35. ข้างๆ กันที่ซอยรามบุตรี มีคลินิกเวชกรรมสุรัตน์ เก็บค่ารักษาคาเดียว คือ 1 บาท!
36. สาเหตุที่เปิดคิลนิกเช่นนี้เพราะเป็นการแก้บนไว้ตอนคุณแม่ของเจ้าของป่วยหนัก
37. ที่นี่ยังมีโครงการอาสาสมัครต่างชาติในการดูแลของตำรวจท่องเที่ยว
38. มี่หน้าที่ช่วยเหลือชาวต่างชาติที่มีปัญหาอย่างของหายหรือถูกโก่งราคา
39. โรงเรียนพิมานวิทย์คือโรงเรียนแห่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในถนนข้าวสาร
40. เปิดสอนตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงประถม ก่อตั้งสมัยรัชกาลที่ 6 สถาปนามา 89 ปี!
41. วิชากพอ.ครูที่นี่สอนให้เด็กถักเปีย ทำน้ำส้ม ทำข้าวไข่เจียว แล้วออกไปขายจริง
42. ที่นี่มีรถสามล้อหน้าตาพิลึกพิลั่นไว้บริการนักท่องเที่ยว ราคาแล้วแต่จะให้
43. สามล้อคันนี้ดังจนได้ลงนสพ.ที่บ้านเขาและตั้งฉายาให้ว่า Mr.Thailand
44. เมนูยอดฮิตติดดินของที่นี่คือผัดไทย ยืนยันได้จาดจำนวนรถเข็นที่มากมาย
45. สายการบินไทยแอร์เอเชียถึงกับมาลงแอด ‘Fly for Less Than a pan Thai’
46. คนไทยชอบสั่งเหล้าเป็นขวดแต่ฝรั่งชอบสั่งเป็นช็อทตามร้านเล็กๆ ริมฟุตบาธ
47. Susie คือผับแห่งแรกสุดที่เกิดขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของชาวต่างชาติ
48. บางร้านใช้ทีวีแบ่งโซน เช่น อังกฤษชอบดูฟุตบอล ออสเตรเลียชอบดูรักบี้
49. ถนนข้าวสารมีความหลากหลายทางชีวภาพทางดนตรีมากที่สุดเส้นหนึ่งในประเทศ
50. ไม่ว่าจะเป็นแจ๊ส ฮิปฮอป ร็อก เทคโน อะคูสติก อีซี่ลิสซึ่นนิ่ง ครบทุกรสชาติ
51. เจ้าพ่อเร็กเก้อย่างบีโบน ขาแร๊พอย่างดาจิม และเท็ดดี้สการ์แบนด์ก็แจ้งเกิดจากที่นี่
52. ปัจจุบันผับที่มีรายได้เป็นอันดับหนึ่งได้แก่ บริกบาร์ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย
53. มีการประกวดมีสสงกรานต์หรือนางามนานาชาติที่จัดติดต่อกันมาแล้วถึง 37 ปี
54. มีสสงกรานต์จะได้รับเงินรางวัล 3000 บาท และได้ขึ้นชบวนรถบุปผชาติอีกด้วย
55. Khaosaner คือฟรีก๊อปปี้รายเดือนภาษาอังกฤษที่เล่าเรื่องราวของข้าวสารสไตล์ไทยๆ
56. ปัจจุบันนำเรื่องราวมาเล่าไม่ซ้ำกันเลยซักฉบับติดต่อกันมาเป็นปีที่ 4 แล้ว
57. แบ็คแพ็คที่นี่มีหลากวัย เริ่มตั้งแต่นักเรียนปิดเทอมไปถึงคนทำงานลาพักร้อน
58. เกสต์เอาต์แบบดั้งเดิมจะเป็นแนวโฮมสเตย์ที่แบ่งห้องเพื่อให้แขกมาอยู่อาศัย
59. ไม่แปลกที่จะเห็นโปสการ์ดแนบความระลึกถึงมากมายแปะอยู่บนบอร์ดในเกสต์เฮาส์
60. เช่นเดียวกับสมุดเยี่ยมที่มีการผลัดกันเขียนประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยว
61. ร้านแมคโดนัลด์และเบอเกอร์คิงคือที่สุมหัวหารือว่าพรุ่งนี้จะเดินทางไปไหนดี
62. ที่นี่มีร้านชื่อเป็นมิตรตั้งอยู่เรียงรายว่า we buy everything
63. เป็นร้านที่รับซื้อของมือสอง ทั้งรองเท้า เสื้อผ้า นาฬิกา กระเป๋า แว่นตา ทองคำ ฯลฯ
64. สาเหตุก็เพราะว่าฝรั่งบางคนเงินหมด วิธีเดียวคือต้องเอาของที่มีในตัวไปขาย
65. ภายหลังเศรษฐกิจแย่เหลือเพียง we buy เพราะต้องคัดสินค้าที่ฝรั่งนำมาขาย
66. แบ็กแพ็คเริ่มไม่ขนทุกอย่างมาเยอะ เพราะมาหาซื้อได้ที่นี่ในราคาเสนถูก
67. ของยอดฮิตที่นำมาขายคือโทรศัพท์มือถือและของไฮเทคอื่นๆ เนื่องจากมีราคาดี
68. Moonling คือร้านหนังสือมือสองแห่งแรกบนถนนข้าวสารเกิดขึ้นเมื่อ 20 กว่าปีก่อน
69. จนเกิดวงจรในการแลก-เปลี่ยน-ซื้อ-ขายหนังสือของชาวต่างชาติกับเจ้าของร้าน
70. หนังสือที่ซื้อง่ายขายคล่องคือแนวเพื่อชีวิตเคล้ากลิ่นกัญชา แนวผจญภัย ดุดันดิบห่าม
71. ดังนั้นถ้าอยากรู้กระแสวรรณกรรมว่าโลกอ่านอะไรอยู่อาจไม่ต้องไปเปิดกูเกิล
72. ราคาตั๋วและทัวร์ที่นี่ถูกแบบไม่เกรงใจใคร เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพวกขาลุยทั้งนั้น
73. ตั๋วและทัวร์ครอบคลุมพื้นที่เกือบทุกจุด ตั้งแต่เบตงยันกรงแพนด้า
74. สถานที่ยอดฮิตอันดับหนึ่งเป็นจำพวกเกาะทางภาคใต้ เพราะฝรั่งนั้นชอบไปทะเล
75. แพ็กเกจทัวร์ที่นี่เหมือนชุดแฮปปี้มิลมีให้เลือกตั้งแต่เที่ยวครึ่งวัน วันเดียว หรือหลายวัน
76. โจ คัมมิงส์ คือคนเขียน Lonely Planet Thailand ไกค์บุ๊คไทยเล่มแรกที่มีถนนข้าวสาร
77. ในช่วง 5 ปีหลังจากหนังสือถูกตีพิมพ์ ถนนข้าวสารก็เริ่มมีชีวิตชีวาอย่างที่เห็น
78. โจบอกว่าที่นี่เหมือนโรงละครสัตว์ มีตัวตลกและดนตรีไม่หยุดตลอด 24 ชั่วโมง
79. ปัจุบันที่นี่ไม่ใช่แหล่งขายข้าวสารเหมือนดังแต่ก่อนแล้ว
80. ถ้าอยากรู้ว่านิสัยใจคอของถนนข้าวสารเป็นอย่างไร ต้องลองทำความรู้จักเอง.
,,,, ,,,,
ขอได้รับความขอบคุณย์ในการ "ลอก 'เรียน' แบบ" จาก >>พี่บองเต่า, >>พี่วิชัย, >>คุณกิ๊ก, >>พงคุง, และ >>คุณแมงกลิ้งขี้ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ :)
,,,, ,,,,
ปล. ไหนๆ ก็ 'เรียน' แบบเนื้อหาแล้ว อยากรู้จังว่าจะ 'เลียน' แบบคอมเม้นต์ทะลุ 100 อย่างสามคนแรกได้ไหมหนอ? (เกิดมาไม่เคยได้ซักที..
)
แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..

#1 By chockcolate_am on 2009-07-20 16:51