โปรแกรมหน้า 5 แพร่ม

posted on 23 Sep 2009 22:27 by munez30

สวัสดีครับ..

สวัสดีครับ..

สวัสดีครับ..

ช่วงนี้ผมกำลังตกอับคับจนไอเดีย คิด-เขียนอะไรไม่ค่อยจะออก เนื่องจากห่างหายไปจากโครงข่ายสายใยแมงมุมประหนึ่งหลายปีแสง จนแทบไม่มีเวลาขัด-ถู สไลต์บล็อก ด้วยความถี่ปานกลาง

อันนี้จริง สาเหตุมาจากคอมพ์ที่บ้านร้องงอแงเพราะป่วยเป็นไข้หวัด 2009 ตอนนี้ถูกนำตัวไปรักษาอาการอยู่ ยังไม่แน่ว่าจะหายกลับมาเมื่อไร แล้วจะแจ้งให้ทราบอีกที

เมื่อไร้คอมพ์ฉันใด พี่แทบขาดใจฉันนั้น!!

ข่าวก็ไมได้อ่าน บล็อกก็ไมได้อัพ งานก็ไม่ได้สมัคร เอ็มก็ไมได้ออน เลยต้องมานอนแอ้งแม้งดูซีรี่ส์ฝรั่งแทน

บ่อยครั้งเลยต้องหาเวลาผ่อนคลายนอกจากการเตะบอลและดูบอล ด้วยการไปดูหนังในโรง เพราะเชื่อว่ายังไงหนังโรงก็ต้องสนุกกว่าดูจากแผ่นผีที่บ้านชัวร์ แต่กลับต้องไปเจอความน่าสยดสยอง รัดทด หดหู่ ในโรงหนัง

แพร่มที่ 1.โฆษณา

รถยนต์, ยาแก้ปวดเฮด, น้ำอัดลม, ปากกา, ธนาคาร, โบว์ลิ่ง, และอื่นๆ อีกมากมาย กระแทกสายตาไม่ยั้ง

120 บาทที่เสียไปเพื่อเจตนารมณ์ในการมาเสด่ากับหนัง บางเบาะก็ 140 ถามว่าทำไมต้องมาถูกยัดเยียดในสิ่งที่อยากกดรีโมทเปลี่ยนช่องก็ไมได้ด้วย

ข้อดีของมันด้านการตลาดคือ ช่วยแนะนำและตอกย้ำตัวสินค้าให้กับทาร์เก็ตที่มาดูหนัง ซึ่งก็ถือว่าทำได้จริง ส่วนข้อดีอีกอย่างตกเป็นของโรงหนังคือ ช่วยชะลอเวลาให้คนที่ไม่ค่อยรักษาเวลาเหมือนชาติหนึ่งในโลก มาดูทันเท่านั้นเอง ถามว่าแล้วทำไมพวกมึงไม่รีบเข้ามาให้ทันเวลาครับ จะได้ไม่บังทัศนวิสัยของผู้อื่น

แพร่มที่ 2.โทรศัพท์มือถือ

80% ในการไปดูหนังของผม จะต้องมีคนคุยโทรศัพท์มือถือก่อนหนังฉายและระหว่างหนังฉาย ต้องทนรำคาญเสียงงุ้งงิ้งๆ ของคนเห็นแก่ตัว ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ากะอีแค่ปิดโทรศัพท์มือถือสักสองชั่วโมง มันจะขาดใจตายไปข้างเลยหรือไง หรือถ้ามีธรุกิจพันล้านรัดตัวเหมือนงูเหลือม แล้วพี่จะเสด็จมามาโรงหนังหาโบกี้รถไฟอะไรครับ หนำซ้ำบางคนก็คุยโทรศัพท์เหมือนกับว่านั่งอยู่ในบ้านตัวเอง ไอ้ที่นั่งติดกับพี่เป็นคนนะครับไม่ใช่หมีแพนด้า ทั้งที่ก่อนหนังฉายก็มีข้อความรณรงค์ “ขอความกรุณาให้ช่วยปิดมือถือ” ทุกครั้ง คาดว่าคงอ่านภาษาไทยไม่ออกหรือไม่ก็พ่อแม่ไม่มีเวลาสั่งสอน

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าแคมเปญในการรณรงค์คงจะหน่อมแน้มไปหน่อย มันถึงใช้ไมได้ผลกับคนที่อยู่ในประเทศที่บอกว่า “พัฒนาแล้ว” ในเมื่อขอร้องกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง จั๋งซี่มันต้องถอน!!

ถ้าผมมีโอกาสได้เป็นผู้กำกับ โปรดักชั่นของผมก็จะแบบว่า..

เริ่มต้นภาพฉายไปที่ผู้ชม กำลังนั่งดูหนังกันอย่างได้อรรถรส ทันใดนั้นก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเสียงริงโทน “เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” แล้วเขาผู้นั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มคุยอย่างกระนุ้งกระนิ่งกับปลายสาย ภาพตัดฉับไปที่ชายฉกรรจ์ท่านอื่นในโรงที่พร้อมใจกันลุกขึ้นมากระถืบเขาผู้นั้น พลางหันหน้าไปพูดกับกล้องว่า “พ่อเอ็งอยู่ฮ่องกงหรือไอ้ตี๋ ข้าว่าเอ็งน่าไปอยู่ห้องกรง(คุก)ว่ะ ข้อหาไม่มีมารยาทในโรงหนัง”

แพร่มที่ 3.คุยคุ้ยเขี่ย

อันนี้คลาสสิกมาก อยู่คู่กับเรามาตั้งแต่บ้านผีบอปภาคแรกโน่น ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทคู่ผสมชายกับหญิง คาดว่าถ้าไม่จีบกันใหม่ๆ ก็คงไมได้เจอกันหลายร้อยปี ได้ทั้งอารมณ์วาบหวามและบรรยากาศอึมครึม ล่าสุดเจอมาหมาดๆ ข้างๆ คู่หนึ่ง ข้างหลังอีกคู่หนึ่ง นัวเนียสไลต์กันอยู่ได้

ทำไมพวกมึงไม่ไปโรงแรมที่ไกล้ที่สุดละวะ..หมดเรื่อง

อีกประเด็นนึงคือ มันจะมีพวกที่เคยดูมาแล้ว แต่ด้วยความอยากดูหรืออะไรก็แล้วแต่ มันกลับมาอีกครั้งครับ! ระวังมันจะนั่งข้างคุณ ยกตัวอย่างเช่น..

คอยดูให้ดีเหอะเดี๋ยวจะมีผีโผล่มาทางขวา”

ระวังให้ดีสักพักพระเอกจะโดนแทงจากข้างหลัง เลือดงี้อาบเลย”

ถ้าเป็นตัวโกงแม่งตายไปนานแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงเพราะตอนจบพระเอกไม่ตาย”

แต่ทำไมมึงต้องเล่าให้ผมฟังด้วยครับ ผมเป็นคนแปลกหน้า ไม่ใช่เพื่อนมึงสักหน่อย!!

มีอีกอย่างนึงคือ เมื่อเห็นอะไรในจอหนัง พี่แกก็จะพูดออกมาดังๆ แบบไม่อายหูใคร ถ้าพี่แกเกิดเห็นสัตว์ประหลาด พี่แกก็จะโพล่งออกมาว่า “อุ๊ย..ตัวอะไรอ่ะตัวเอง..น่าหยักแหยง..อี๋ย์ย์ย์” สักพักพี่แกเห็นคนโกนหนวด พี่แกก็จะอุทาน “โกนหนวด..อุ๊ย..โกนทำไมอ่ะ..ไม่หล่อเลย”

อยากตอบแทนเหลือเกิน “โทรไปถามผู้กำกับซิว่ะ..ไอ้หูฉลาม”

แพร่มที่ 4.เด็ก..นรกส่งมาเกิด

ตอนนี้ทางการเค้าได้จัดเรตติ้งของหนังแล้วนะครับว่า หนังเรื่องนี้เหมาะกับคนอายุเท่านี้ หนังเรื่องนั้นไม่เหมาะกับคนอายุเท่านั้น แต่ก็ยังมีผู้ปกครองบางคนกระเตงบุตรหลานที่น่ารักของท่านเข้ามาในโรงหนังซะงั้น

เข้าใจว่าเด็กไม่มีคนเลี้ยง ครั้นจะปล่อยให้อยู่บ้านลำพังก็กลัวว่าเด็กจะกินช้อนเป็นอาหารกลางวัน!!

แต่หนังบางเรื่องเด็กเค้าไม่สนุกด้วยซิครับ ทีนี้เกิดอะไรขึ้น? พวงน้องๆ หนู ก็จะเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาโดยพลัน ชักกะตุก ตะโกกตะกาก และแปลงร่างเป็น “เด็กนรก” มิหนำซ้ำหนังบางเรื่องเป็นแบบซาวแทร็ก เด็กฟังภาษาประกิดไม่ออก แถมยังอ่านภาษาไทยไม่ทัน บอกได้สองคำครับว่า “ชิบ-หาย”

แต่ด้วยความรักดั่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีให้ลูกน้อย เราจึงได้ยินเสียงคุณพ่อคุณแม่ผลัดกันอ่านคำบรรยายให้คุณลูกฟัง

ครั้นจะแสดงอาการโมโหเกรี้ยวกราดใส่เด็กก็ไม่ถูก เพราะเด็กเปรียบเหมือนผ้าขาวอันบริสุทธิ์ จะให้ยกหม้อสุกี้ทุ่มใส่เหมือนพี่ตำรวจยศนายดาบถิ่นขุนแผน ก็ดูจะจัญไรเกินไปหน่อย

เวลาเดินออกจากโรงหนัง น่าจะสะกิดติ่งหูผู้ปกครองและกระซิบกับท่านว่า “อยากเล่านิทานให้ลูกฟัง ไปร้านหนังสือดีกว่ามั้ยครับ?”

แพร่มที่ 5.หนังห่วยๆ

เจาะจงไปที่หนังผีไทยบางเรื่อง ไม่รู้ว่านายทุนยอมทำไปได้ไง เข้าใจครับว่าไม่ได้บังคับให้ดู แต่จะรู้ได้ยังไง ก็ตัวอย่างทำออกมาเนียนซะขนาดนั้น

ทีนี้ลองคิดดูนะครับ ว่าครั้งต่อไปถ้าคุณเข้าโรงหนังแล้วต้องทนดูโฆษณาสินค้าที่ยกกันมาหมดแผงกว่าครึ่งชั่วโมง ว่าแล้วก็มีคนเข้าโรงหนังช้าจนเราต้องเขยิบซ้ายทีขวาที พอหนังฉายสักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ตามด้วยเสียงสนทนาประสาคนรู้ใจ จากนั้นก็ได้ยินเสียงข้างๆ ดังมาว่า “เดี๋ยวมันจะโผล่มาจากใต้เตียง!” ขณะที่คนข้างหลังก็ถีบเบาะกันอย่างเมามันส์ แถมคุณพ่อคุณแม่ก็นั่งเล่านิทานให้คุณลูกฟังอย่างสนุกสนาน ถ้าเกิดเด็กมีมากกว่า 10 คน มันคงอยากเล่นซ่อนหาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยละมั้ง ถัดมาที่เสียงข้างหน้า “โหย..ดูซิตัวเอง..ตกมาจากตึก 5 ชั้น..จะรอดมั้ยเนี่ย?” ในเวลาเดียวกันคู่รักข้าวใหม่ปลามันก็หยิบป๊อปคอร์นกระแทกใส่ปาก เคี้ยวเสียงดัง จั๊บๆๆ พลางหยิบมือไม้ขึ้นมาสอดส่ายสะท้านทรวง ส่วนไอ้ข้างๆ ก็เกิดปวดขี้ขึ้นมากระทันหัน ลุกขึ้นขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ขอโทษที่นะครับ ดูหนังกลางแปลงแถวบ้านยังจะดีซะกว่า..ไอ้ชะมดเช็ด!!

ที่สำคัญคือหนังแม่งสุดแสนจะห่วย!!

ถามว่าคุณจะโทษใครระหว่างผู้ผลิตหนังหรือผู้แพร่มในโรงหนัง?

สวัสดีครับ..

สวัสดีครับ..

สวัสดีครับ..

,,,, ,,,,

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..

Comment

Comment:

Tweet

#24 By QWASZX22000022 (125.26.183.186) on 2010-05-03 16:05

#23 By QWASZX22000022 (125.26.183.186) on 2010-05-03 16:05

#22 By (118.173.10.212) on 2010-04-01 14:43




#21 By bam (58.10.93.125) on 2010-03-18 13:57




#19 By bam (58.10.93.125) on 2010-03-18 13:57




#20 By bam (58.10.93.125) on 2010-03-18 13:57

surprised smile

#18 By bam (58.10.93.125) on 2010-03-18 13:56

confused smile confused smile confused smile

#17 By porpang on 2009-09-26 17:43

หายไปไหนมาตั้งนาน
กลับมายังเขียนดีเหมือนเดิมค่ะ
จริงอย่างว่าใครไม่เจอสักแพร่มให้มันรู้ไป
น้ำหวานbig smile big smile Hot! Hot!

#16 By หวานเย็น on 2009-09-24 19:56

พอเจอแล้วมันเลี่ยงไม่ได้ซะด้วยสิ sad smile

#15 By Googigg on 2009-09-24 13:59

แหม.. หายหน้าไปนานแล้ววุ้ย

big smile

#14 By ecOnuizer on 2009-09-24 10:57

เด้งไม่ชอบดูหนังในโรงเลย

#13 By LungDeng on 2009-09-24 10:42

ชอบเอนที่นี้สุดๆเพราะบางเรื่องเป็นสิ่งที่เจอกับตัวเองบ่อยมาก เกลียดจังเลยพวกบั่นทอนความสุขชาวบ้านในโรงหนัง

ที่เจอบ่อยสุดเห็นจะเป็น มือถือ กับพวกคุยคุ้ยเขี่ย แมร่ง น่ารำคาญ Hot! Hot!

#12 By Clepsydra:: on 2009-09-24 10:04

ไม่ได้เข้าโรง
ไปดูหนัง
นานมากแล้ว

#11 By julluj on 2009-09-24 09:07

เหอะๆๆ เจอสักแพร่มก็เซ็งจิตsad smile

#10 By wesong on 2009-09-24 09:03

อัดอั้นตันใจซินะquestion
หายไปนาน กลับมาก็เต็มที่เลยนะจ๊ะ confused smile
แร๊ง!Hot!

cry

#7 By Variety-Phet on 2009-09-24 01:32

หวาววว
โรงหนังเตียงผ้าใบซะด้วย

cry cry cry

#6 By h|b|b on 2009-09-24 01:26

ก็ว่า...หายไปไหน

ไปลิโด้สิคะ... ยังไม่เคยเจอเลยสักแพร่มbig smile
confused smile confused smile confused smile

#4 By iQ180 on 2009-09-23 23:47

ผมเลยยังคงนโยบายดีวีดีนอนตีพุงอยู่ที่บ้านก็เพราะแบบนี้แหละsad smile

#3 By XEGXEF on 2009-09-23 23:21

หายไปซะนาน กลับมาแล้วไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ แซ่บอีหลี!! Hot! question

ปล.เป็นไงบ้างรถชนหายดียัง

#2 By so far on 2009-09-23 23:00

ชอบชื่อเอ็นทรี่จัง

ปล.เราก็เพิ่งอัพบล็อก หลังจากหายไปเดือนนึง!!!

#1 By NiDA MAilO on 2009-09-23 22:55