ฝนชุดใหญ่หอบเอาน้ำจากฟ้ามาฝากถึงบ้านโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า ปัดกวาดอากาศร้อนทิ้งลงถังขยะ และชำระล้างจิตใจให้แจ่มใสไปกับโปรแกรมวันหยุดสุดสัปดาห์

หลังฝนซา, ผมก็มีนัดกับหนังเรื่อง 2012 ที่เดอะมอลล์บางแค

เดินออกจากลิฟต์มาถึงหน้าบริเวณขายตั๋ว โอ้ แม่เจ้า นี่เค้าให้ดูหนังฟรีกันหรอ? ปลายแถวยาวเฟื้อยไปจนจะชนร้านสุกี้เอ็มเคแล้ว! สาบานให้กระรอกแทะ ว่าไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มานานแล้ว

หลังได้ตั๋ว, ผมก็เดินขโยกโยกเยกรอหนังฉายไปเรื่อยเปื่อย เข้าร้านนั้น ออกร้านนี้ ประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนพาตัวเองเข้าไปนั่งที่แถวจีสี่ ระหว่างนั้นมีโฆษณาฉายสลับกับตัวอย่างหนัง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เวลาที่ได้ดูโฆษณาอะไรสักเรื่องพร้อมกับคนอื่นนี่ ผมว่ามันเป็นอะไรที่พิลึกดี มีเสียงหัวเราะหลังโฆษณาจบเป็นระยะๆ น่าแปลกตรงที่ว่าทำไมไอ้ตอนที่เรานั่งดูอยู่ที่บ้านเรารู้สึกเฉยๆ แต่ที่นี่เรากลับรู้สึกว่า เออ มันก็ตลกดีนี่หว่า นี่ละมั้งที่เค้าเรียกว่า ประสบการณ์ร่วมของคนเราในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง

เหมือนกับตอนที่เพลงสรรเสริญพระบารมีจบแล้ว เกือบทุกคนก้มหัวโค้งคำนับก่อนลงนั่ง ทั้งที่เวลาเราอยู่ที่บ้านดูข่าวในพระราชสำนัก ผมเองก็ไม่เคยที่จะทำความเคารพเลยสักครั้ง แต่ที่โรงหนังผมทำจนเคยชิน

บอกตามตรงว่าจริงๆ แล้ว ผมดูหนังในเครือ M เป็นประจำ แต่วันนี้ที่เดอะมอลล์บางแค มันเป็นหนังในเครือ S ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมว่าข้อแตกต่างสำหรับผมนั้นมีอยู่ 3 ข้อ คือ 1 โรง M นั้นมีขนาดที่ใหญ่กว่า เบาะนั่งสบายกว่า และมีช่องว่างระหว่างเข่ากับเบาะหน้าที่มากกว่า 2 โรง M นั้นถัวเฉลี่ยราคาในแต่ละวันและในแต่ละที่นั่งนั้นมีราคาที่ถูกกว่า อย่างน้อยที่นั่งธรรมดาก็ต่างกัน 20 บาท+ 3 โรง M นั้นมีป๊อปคอร์นที่แสนอร่อยและโปรโมชั่นหลากหลาย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมา แตกต่างกับโรง S โดยสิ้นเชิง

แต่สิ่งนึงที่ทำให้ผมประทับใจโรง S มากกว่าโรง M ในวันนี้คือ ภาพที่ฉายในช่วงเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยเป็นภาพเก่าสมัยที่ในหลวงทรงงานทุกทั่วสารทิศ ซึ่งผมคิดว่าหาดูได้ยากมากถ้าไม่ได้เป็นแฟนประจำของโรง S ในขณะที่โรง M นั้นฉายภาพให้เห็น สิ่งที่ประชาชนทำให้ในหลวงแต่สิ่งที่โรง M ทำกลับเป็น สิ่งที่ในหลวงทำเพื่อประชาชน

ความตั้งใจอาจจะไม่ต่างกัน แค่สลับตัวแสดงนำที่ ควรค่าแก่การจดจำ

ตลอดเวลาที่ยืน ผมทั้งอึ้งและทึ่งกับภาพที่ตราตรึงตรงหน้า พอเพลงจบ ผมถึงกับน้ำตาซึม

ถ้าพรุ่งนี้โลกแตก ผมคงได้เห็นภาพในหลวง ด้วยตาที่นี่เป็นครั้งสุดท้าย แต่มันคงไม่ท้ายสุดที่จะเห็นภาพเหล่านั้นอีกครั้ง ด้วยใจ

หลังหนังจบ, ผมเดินออกจากโรงหนังด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก คือเหมือนคนที่เดินออกมาพร้อมผมเปรียบเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ที่พลัดหลงกับผมตั้งแต่เด็ก และบังเอิญมาเจอกันถูกที่ถูกเวลาพอดิบพอดี

...

มีคำถามเดียวที่อยู่ในหัว คือ ถ้าพรุ่งนี้โลกต้องถึงจุดจบจริงๆ ผมจะทำอย่างไรกับชีวิตที่เหลือ? นั่นนะซิ ผมจะจัดการกับ ชีวิตของตัวเองยังไงดี

ผมจะ..ตื่นแต่เช้ามาตักบาตรและกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรและญาติสนิทมิตรสหายที่ล่วงลับ..ว่าผมจะไปหาท่านทั้งหลายแล้วนะครับ

ผมจะ..โทรไปหาแฟนเก่าทุกคนเท่าที่พอจะติดต่อได้และบอกเธอ..ว่าผมรู้สึกดีแค่ไหนที่ได้มีช่วงเวลาที่มีความสุขร่วมกับพวกเธอ ผมจะไม่มีวันลืมทุกอย่างที่เราเคยผ่านพ้นมาด้วยกัน

ผมจะ..โทรไปหาเพื่อนแท้ของผมแล้วบอกพวกเขา..ว่าจะมีซักกึ่คนที่เกิดมาแล้วได้เจอเพื่อนที่ดีอย่างมึงที่คอยเคียงข้างร่วมทุกข์ร่วมสุขเสมอ แม้จะเวลาจะผ่านมาแค่ไหนก็ตาม

ผมจะ..ไปหาคนที่ผม หลงรักคนล่าสุดและบอกความนัยกับเธอ..ว่าผมรู้สึกยังไงกับเธอบ้างตั้งแต่วันแรกที่ได้ พบเจอจนถึงวันสุดท้ายที่กำลังจะได้ จากลา

ผมจะ..ไปหาคุณครูที่เคยอบรมสั่งสอนให้ผมเป็นเด็กดี..ว่าผมโชคดีแค่ไหนที่มีบุคคลตัวอย่างอย่างครูดูแลและให้ความรู้แก่ผม

ผมจะ..ทักทายและยกมือไหว้ทุกคนที่ผมเจอระหว่างทางและบอกให้เค้าอย่าวิ่งหนีสิ่งที่เกิดขึ้นแต่จงยอมรับมันและสู้กับเวลาที่ตัวเองมีแบบหลังชนฝา

ผมจะ..กินอาหารที่ชอบที่สุด ดูหนังเรื่องที่ชอบที่สุด อ่านหนังสือเล่มที่ชอบที่สุด ฟังเพลงที่ชอบที่สุด และเล่นเกมที่ชอบที่สุด

ผมจะ..อัพบล็อกเพื่อเขียนถึงสิ่งที่ตัวเอง คิดถึงเป็นอันดับแรก และนึกถึงสิ่งที่ตัวเอง คิดคำนึงมาชั่วชีวิตว่าตัวเองมีส่วนประกอบระหว่าง ดีกับ เลวในอัตราส่วนเท่าไร

...

ดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมกำลัง จะทำเป็นภาระที่ถือว่าหนักหนาเอาการสำหรับเวลาที่มีเพียงแค่ หนึ่งวันเท่านั้น

ไม่ลองไม่รู้! ไหนๆ ก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว ผลลัพธ์จะออกมาแบบไหนก็ช่างมัน อย่างน้อยก็ยังได้ คิดกับเวลาที่พอมี และ วางแผนกับสิ่งที่เหลืออยู่อย่างรัดกุมให้คุ้มค่าที่สุด

สิ่งสุดท้ายที่ผม ทำได้โดยที่ไม่ต้องไปยื้อแย่งแข่งเวลาที่มีอยู่น้อยนิดกับใคร คือ อยู่กับครอบครัวของตัวเอง และผมคิดว่ามันคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เรา ได้ทำให้กับคนที่รักเรา

ถึงที่สุดแล้ว ถ้าพรุ่งนี้โลกมันจะแตกสลายลงตรงหน้าจริงๆ ผมก็ไม่เสียดายชีวิตที่เหลืออยู่ ในทางกลับกันถ้าโลกยังอยู่แต่ผมกลับตาย คนที่เสียใจคงไม่ใช่ผม แต่เป็นคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ผม 3 คนมากกว่า นั่นคือ พ่อ แม่ และน้อง

สิ่งที่ ควรค่าแก่การจดจำมากที่สุด นอกจากในหลวงก็คือ ครอบครัว

วันสิ้นโลกนั้น, ผมไม่กลัวหรอก

เพราะวันนี้โชคดีที่ เราจูงมือไปดูหนังด้วยกันทั้งบ้าน

,,,, ,,,,

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..

Comment

Comment:

Tweet

โลกมันไม่แตกจริงหรอก
เคยมีคนบอกว่าโลกจะแตกตั้งแต่ฉันอยู่ป.2
จนตอนนี้อยู่ม.2แล้ว
โลกนะหนาจะตาย
มีชั้นบรรยากาศกี่ชั้นแล้วนี่จะมาแตกง่ายได้ไง
ที่เขาบอกว่าล้องโลกนะ ล้างมันต้องใช่น้ำใช่เปล่าง
แล้วโลกมันก็ใบใหญ่จะต้องใช่น้ำมากซึ่งนำที่ว่าก็คือคลื่นสึนามิ ซึ่งแปลว่าคลื่นที่เกิดที่ท้าเรือ แต่ทุกคนก็ไม่ต้องกลัวเพราะในโลกไม่มีใครอยู่ยงคงกะพันหรอก ถ้ามีนะจะให้เงินเลย

#13 By นรกขุมที่7 (125.26.91.94) on 2010-04-10 08:08

สวัสดีคะ เฟอนว่าโรง M เค้าอยากจะสื่อว่า

เพียงแค่มีในหลวง เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

เราคนไทยก็ทำดีเพื่อท่าน โดยที่ท่านไม่ต้องทำอะไร

ประมานว่า มนุษย์ผู้เป็นยอดถึงนี้ จะหาได้จากหนได้

ป.ล. ความเห็นส่วนตัวคะ อาจ งง
ป.ล. อีกหน พี่ป๊อกกี้หนูก็เคยไป เวิคชอป จูเนีย รุ่น 6 คะแต่ตกรอบไม่รู้ยังจำกันได้ป่าวbig smile

#12 By furnworld on 2009-12-22 08:24

ถ้ามันจะแตก
ขออยู่กับคนที่เรารักและเข้าใจเรามากที่สุด
ถ้ามีเวลา 1 วัน
คงบอกรักคนในครอบครัว
ได้ครบทุกคนเนอะ

#11 By หมูหวาน-กะทิสด (125.27.103.48) on 2009-12-21 13:31

เขียนดีแฮะ
ผ่านมาครับ ค้นคำว่า เหี้ยๆ

#10 By somtoon (61.91.203.170) on 2009-12-15 15:46

โลกจ๋า..อย่าเพิ่งรีบแตกนะ

ยังเรียนไม่จบเลยยย

#9 By so far on 2009-12-03 12:02

โทษนะคะ พอดีอ่านบล็อกบองเต่าเรื่องชื่อครู แล้วเห็นเม้นท์ของคุณ

ให้เดาได้มั้ยว่าเป็นนักเรียนที่ไหน...

จปว...อ้ะป่าวอ่ะ

ถ้าเข้าใจผิดก็ขออภัยด้วยนะคะquestion

#8 By sun_square on 2009-11-18 15:13

เขียนได้ดีมากค่ะ

วันพรุ่งนี้...จะเป็นอย่างไรไม่รู้
แต่คนเราทุกคนมักจะดำเนินชีวิตไปตามปกติที่คิดว่าตื่นมาก็มีพรุ่งนี้อีกวัน และจะมีพรุ่งนี้ของพรุ่งนี้
และก็ได้ปิดกั้นหรือผัดผ่อนสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำมากที่สุดออกไป เก็บมันไว้เป็นความฝัน เพราะคิดว่ายังมีเวลา หรือยังลังเลที่จะกระทำ...
แต่หากรู้ล่วงหน้าว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้าย เราต่างก็คงค้นพบว่ามีสิ่งที่อยากทำมากมายที่เรายังไมได้ลงมือทำ

บางอย่าง...เราอาจคิดว่าถ้ามันเป็นวันสุดท้ายจริงๆ เราจึงกล้าที่จะทำก็ได้มั้ง เพราะวันรุ่งขึ้นเราก็ไม่ตอ้งมารับรู้ผลกระทบที่ตามมา...หยุดความทรงจำไว้แค่สิ่งที่เราได้กระทำ...


เขียนดีจังเลยค่ะ ชอบมาก
Hot!

#7 By S@nDGLasS on 2009-11-17 19:27

ถ้ารู้ว่าโลกจะแตกจริงๆ..คงจะรีบทำ สิ่งที่อยากทำมากมายเลยค่ะ..

แล้วในที่สุดก็ขอกลับบ้าน ไปตายกับครอบครัวค่ะbig smile
ก็คิดซะว่าพรุ่งนี้ของเราโลกจะแตกอยู่เรื่อยไป วันนี้เราก็จะได้ทำสิ่งที่เราอยากทำที่ว่ามาทั้งหมดครับ

open-mounthed smile open-mounthed smile

#5 By Clepsydra:: on 2009-11-15 16:16

ถ้าพุ่งนี้โลกจะแตก ขออยู่ก่ะครอบครัวจนกว่าโลกจะแตกค่ะ

big smile

#4 By อาผิง on 2009-11-15 13:56

คนเราไม่รู้หรอกว่าโลกจะแตกเมื่อไหร่

และก็ไม่รู้จุดจบชีวิตด้วย

ดังนั้น อยากทำไรก็ทำไปเลยครับพี่น้อง...big smile
บางข้อไม่ต้องรอให้โลกแตกก็ได้

#2 By wesong on 2009-11-15 10:04

ก่อนอื่นเราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าโลกจะแตกจริง ๆ เมื่อไหร่

ถ้าเป็นพรุ่งนี้...วันนี้ก็ขออยู่กับคนที่รักให้นานที่สุด big smile

#1 By พริม on 2009-11-15 08:51